แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.

Messages - อักษราพัฒน์

หน้า: [1] 2 3 ... 17
1
         

          เราจะพบข้อจำกัดที่แท้จริงของตัวเอง เมื่ออยู่ในสถานการณ์กดดัน” (เฮอร์เบิร์ต ไซมอน) “ ผมพลันนึกถึงประโยคนี้ เมื่อจบเกมการแข่งขัน 90+3 นาทีที่แม่กวง เมื่อเราพ่ายให้กับกำแพงเพชรไปแบบบอลช้ำด้วยสกอร์ 1 – 3 เป็นการพ่ายแพ้นัดแรกในบ้านที่เจ็บปวด ผมนั่งลงเอามือกุมหน้าแล้วครุ่นคิดว่าทำไม ทำไมและทำไม ถามว่าทำไมหลายครั้งจังเลยนั่นเพราะว่ามีคำถามวนเวียนในหัวผมมากมาย ซึ่งยากจะหาคำตอบได้


           นัดนี้เราเล่นได้ไม่ดีพอใช่ไหมก็ต้องตอบว่ามันเป็นเช่นนั้น เราไม่ดีพอจริงๆ ทีมที่ดีกว่าย่อมได้ไปต่อ ทีมที่ไม่ดีพอ ลังเลสงสัยก็ต้องอยู่ D2 ระดับภูมิภาคต่อไป จากที่เคยหวังว่าเราน่าจะปีนไปติดหนึ่งในสองได้ อย่างแย่สุดคือไม่หลุด 4 อันดับแรก อันเป็นอันดับที่จะคัดทีมลีกภูมิภาคไปเล่นในระบบแชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาลหน้า มาถึงตอนนี้โอกาสของเราถูกจำกัดลงแล้ว เราไม่ได้หายใจด้วยตนเองอีกแล้ว นอกจากเราจะใช้เครื่องช่วยหายใจแล้ว เรายังต่อท่อออกซิเจนที่ลำคอ พร้อมสายระโยงระยายเต็มไปหมด โอเคว่าในทางทฤษฎีมันเป็นไปได้แต่ในทางปฏิบัติบอกได้ชัดเจนเลยว่า “ มันจบแล้วครับนาย “


          มีคนถามไถ่ว่าแท็คติกเราพลาดหรือ ทำไมจัดตัวแปลกๆ ทำไมคนที่น่าจะทำหน้าที่ลูกหาบที่ดีในแดนกลางหลุดหายไปไหน ทำไมคนที่น่าจะเป็นความหวังในการยิงประตูกลับไปอยู่ไกลปากประตูขนาดนั้น สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของทีมเราคือเราเล่นบอลยาวมากเกินไป บอลจากหลังสู่หน้าไปเลย ตัดได้ใครก็ตามมองหา จิมมี่  โซล่า ไว้ก่อน วางไปยาวๆเดี๋ยวมันจัดการเอง


           ซึ่งแน่นอนหลายๆครั้งดูอันตรายมากและมันทำได้ แต่นั่นเท่ากับจำกัดแนวทางการเล่นของทีมไปในตัว ทุกทีมอ่านออก อ่านแท็คติกง่าย สั่งเลยกองหลังประกบ 1 คน ซ้อน 1 คน ที่เหลือคุมเชิงไว้ เท่านี้จบแน่นอนมันได้ผล หลายๆนัดทีมที่มาเยือนเราเล่นแบบนี้และที่สำคัญเราก็เล่นแบบเดิม ยัดๆเข้าไปจบ


          อาจจะเป็นเพราะโซล่า โดนล็อคตัวเมื่อเป็นหน้าเป้า จึงเป็นที่มาของการถ่างเขาไปอยู่ด้านกว้างเพื่อลากตัดเข้าไปทำประตู ซึ่งพอเข้าใจได้ แต่แท็คติกแบบนี้มันน่าจะใช้กรณีที่เรานำมิใช่หรือ เรานำเราสามารถใช้ความเร็ว ความแกร่งฝากบอลไปที่โซล่าเพื่อพาทัวว์ได้ แต่เมื่อบอลตาม เราต้องการประตู มือสังหารอันดับหนึ่งกลับอยู่ด้านข้างซะอย่างนั้น ครั้นได้บอลแล้วเปิดไปก็ไม่มีใครยิงประตู เพราะหน้าเป้าที่ยืนค้ำก็ชั่งกระโดกกระเดกหรือเกิน จับบอลทีห่างเป็นวา ต้องม้วนออกมาตั้งหลักเสียไกลเลย  แล้วจะทำประตูได้อย่างไร


           บทสรุปครึ่งแรกกับกำแพงเพชรเมื่อวานคือเรายิงเข้ากรอบที่ 0 ครั้ง และตลอดทั้งเกมเรายิงเข้ากรอบ 3 ครั้ง คือจังหวะได้ประตู 1 ครั้ง และโดนเคลียร์ออกจากเส้น 1 ครั้ง และจังหวะที่อาเหม็ดพักบอลคืนให้ประตูอีก1ครั้ง แค่นั้นจริงๆ เกมรุกไม่มีอะไรแปลกใหม่ โยนๆยัดๆเข้าไป แน่นอนเสร็จเขาหมดยิ่งมาเจอประตูกำแพงเพชรที่สูงใหญ่มากก็จบเลย ลูกชิ่งหนึ่งสองสวยๆหน้าเขตโทษหายหมด เส้นหลังไม่ถึงเช่นเคยและเป็นมานานแล้วด้วย ทำให้บทสรุปออกมาคือก้มหน้ายอมรับชะตากรรมกันไป

 
           ยิ่งท้ายๆ 10 นาทีสุดท้ายชัดเจนว่าเราเร่งจนหมด เร่งไม่ขึ้นแล้วหมดทุกก๊อกทุกสายทุกหมู่บ้าน ซึ่งคำถามก็ตามมาว่าเพราะอะไร จากทีมที่ฟิตเปรี๊ยวิ่งบด 90 นาทีไม่หมด หลายๆเกมได้ประตูช่วงท้ายเกมในเลกแรก มาเลกสองหายไปหมด นัดเยือนเชียงรายเป็นไปได้ไง 10 คน บด 11 คนจนเป๋ เหมือนหมดแรงแล้วก็มาโดนท้ายเกมเสียไป 2 คะแนน นัดนี้บดไป 80 นาที หมดแบบชัดๆ คำถามคือเกิดอะไรขึ้นกับทีมทำไมยืนระยะไม่ได้ เพราะอะไร ทำไม ทำไม และทำไม


           ผมอาจมีคำถามเยอะหน่อย แต่ก็เพราะสงสัยว่าเราหลุดเพราะอะไร ปัจจัยอะไรที่ทำให้เป็นแบบนี้ ซึ่งผมไม่หวังคำตอบถ้าท่านอยากทราบคำตอบให้ท่านกลับไปอ่านบรรทัดแรกข้างบน ที่ว่า“เราจะพบข้อจำกัดที่แท้จริงของตัวเอง เมื่ออยู่ในสถานการณ์กดดัน” เรากดดันกันไปเอง คิดมากกันไปเอง ลองตัวผู้เล่นไปเรื่อยๆ เกมนี้พักคนนั้น เกมหน้าพักคนนี้ โรเตชั่นทีมจนกลายเป็นโลเลชั่นทีม หาทีมที่คลิกลงตัวไม่เจอ จนออกแม่น้ำปิง ลงเจ้าพระยา จนถึงอ่าวไทย สองนัดสุดท้ายถ้ารวมใจไม่ได้กู่ไม่กลับคาดว่าน่าจะถึงมหาสมุทรแปซิฟิกและล่มสลายไปในที่สุด....ทีมเราแบกความกดดันไม่ได้จริงๆ จิตใจไม่แกร่งพอ....เศร้าครับเศร้ามาก


          จะด้วยอะไรก็แล้วแต่ขอบคุณที่สร้างความสุขให้กับเรา ปีนี้นับว่าใกล้มากที่สุดในรอบ 5 ปีที่ส่งแข่งนับจากปีแรกที่ทะลุลำไปได้ ความพ่ายแพ้มันเจ็บปวดเสมอและเจ็บปวดมากเมื่อพ่ายแพ้ท่ามกลางความคาดหวังที่สูงส่ง ฝันที่จะกวาดให้เรียบยิ้มแป้นบนโพเดี้ยมแชมป์พังทลายไปพร้อมๆกับความหวังรอบแชมเปี้ยนลีกหรือกระทั่งหนึ่งในสี่ก็อาจพลาดได้แต่นี่แหละฟุตบอลมักมีดราม่าเสมอๆ ขอบคุณที่สร้างรอยยิ้มให้เรา สร้างความหวังให้เรา ขอบคุณที่ทุ่มเทเพื่อลำพูนแม้นคุณจะไม่ใช่คนลำพูน....ยิ้มรับกับผลครับ สองนัดสุดท้ายสนุกกับมัน เล่นให้เต็มที่ เล่นให้สนุกแค่นั้นพอครับ


          อาทิตย์หน้า เจอหนองบัว พิชญเอฟซี ถ้าท่านเป็นแฟนบอลพันธ์แท้ท่านต้องไป เมื่อทีมเพลี้ยงพร้ำกำลังใจคือสิ่งสำคัญ การเดินทิ้งทีมไปไม่ใช่คำตอบ วิจารณ์ได้ เราก็เชียร์ได้ เราจะเห็นรักแท้ก็เมื่อยามทุกข์ยาก เมื่อทีมรักทุกข์ยากเราจะเดินหนีหรือ....หวังว่าคงไม่นะ นัดหน้าเจอกันครับ ไปสนุกด้วยกัน นัดสุดท้ายในบ้านไปขอบคุณนักเตะ ทีมงานทุกคน ขอบคุณที่ทำเพื่อลำพูน แล้วพบกันกับตอนจบของลำพูน วอริเออร์(ในบ้าน) ... ตอนพิสูจน์รักแท้@แม่กวง แล้วพบกันที่สนาม แล้วเราจะรู้ว่า รักแท้นั้นมีอยู่จริง มิเปลี่ยนแปลง....สวัสดีครับ



อักษราพัฒน์ 21 / 8 / 59

2
               

                ลำพูน วอริเออร์ ลงเล่นในบ้านเป็นนัดที่สองติดต่อกัน รับการมาเยือนของดาบหักพิฆาต อุตรดิตถ์ เอฟซี ที่อยู่ท้ายตาราง แต่มีดีที่นักเตะต่างชาติที่เล่นกันได้ดีทุกคน ส่วนลำพูน วอร์ริเออร์ คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือสามแต้มในบ้านเท่านั้น เพื่อขึ้นนำจ่าฝูงของตารางแม้นจะเป็นเพียงชั่วข้ามคืนก็ตาม

               
               แต่การจัดตัวกลับมีเซอร์ไพร้ซ์ให้ได้ลุ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนแนวรับและแนวรุกสองตำแหน่ง โดยเกมรับพักสุวัฒน์   จันทร์บุญภา แล้วส่ง รณชัย  จินาเกตุ ลงเล่นแทน ขณะที่แนวรุกไม่ใช้ จิมมี่  โซล่า ซึ่งพอเข้าใจได้ด้วยสภาพความฟิตของเขา จึงปรับแผนมาใช้ อาเหม็ด   โฟฟาน่า ยืนหน้าเป้าแทน ขนาบข้างด้วย อภิชัย  กุออ  และ สุรศักดิ์  เย็นใจ แดนกลาง ประภาส  รัตนดี คุมเกมร่วมกับกัปตันทีม ชยพล  อุดรพันธ์ และ รัชชานนท์  ศรีหวงค์ แนวรับจัด รณชัย  จินาเกตุ จับคู่กับ เอ็มมาร์นูเอล  วังโก้ แบ็คขวา พงศกร  ตาคำ  แบ็คซ้าย ณัฐกฤต  อินทร์เสา ผู้รักษาประตู ชานนท์  ธิลา

               
                เริ่มเกมเป็นเราที่พยายามบุกแต่กลับเป็น อุตรดิตถ์ที่ยิงประตูนำไปก่อนตั้งแต่ 9 นาทีแรก จากจังหวะที่ นานา  อซาโมอ่า ได้หลุดขึ้นไปยิงเป็นชานนท์ที่ล้มตัวรับ บอลกระฉอกออกมาเป็น โน ยอง ชอล จัดการซ้ำนิ่มๆเข้าประตูไป เป็นอุตรดิตถ์ ช็อคเจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อน 0 – 1

               
                แต่เราก็ใช้เวลาไม่นานในการตามตีเสมอจากจังหวะที่ได้ฟรีคิกบอลเปิดไปโค้งเข้าหัว เอ็มมานูเอล วังโก้ โข่งจมตาข่ายเข้าไป ตีเสมอเป็น 1 – 1 และเขาน่าจะช่วยให้ทีมได้จุดโทษเมื่อโดนประตูที่ออกมาตัดบอลพลาดแล้ว เป็นวังโกที่ตามไปถึงบอล ก่อนจะโดนผู้รักษาประตูทีมเยือนตามมารวบจากด้านหลังแบบไม่โดนบอลเลย ซึ่งจังหวะนี้ผู้ตัดสินอยู่ใกล้ น่าจะเห็นได้แบบชัดเจนและแน่นอนมันเป็นจุดโทษแบบ 100% แต่เขาเลือกทำเฉย



                หลังได้ประตูเราทำเกมรุกกดดันได้มากทีเดียวแต่จุดที่เราทำไม่ได้เหมือนเก่านั่นคือแนวรุกที่พาบอลไปไม่ถึงเส้นหลังเลย โอกาสที่หักหรือครอสเข้ามาแทบไม่มี เราจึงทำได้แค่เพียงครอสบอลจากด้านข้างเข้ามาซึ่งแน่นอนมันป้องกันได้ง่ายกว่าการถึงเส้นหลังแล้วหักกลับเข้ามา

 
               แล้วฟ้าก็ผ่าที่แม่กวงอีกครั้ง เมื่อเราไม่สามารถจัดการกับลูกตั้งเตะได้ดีเท่าไหร่บอลคลุกคลิกสกัดไม่ขาดกันเองและเป็น อิโว่  ชูส์ ที่จัดการจิ้มบอลตุงตาขายท่ามกลางความตกตะลึกของกองเชียร์ที่ตกตะลึงเงียบกันไปพักใหญ่ๆ พาให้ทีมเยือนหนีไปอีกครั้งเป็น 1 – 2 และแน่นอนงานหนักอึ้งที่แม่กวง สเตเดี้ยม รอเจ้าบ้านอยู่

               
                ครึ่งหลังเราอยู่ไม่ได้แน่นอน จัดการส่งทั้ง สุวัฒน์  จันทร์บุญภา ลงมาเล่นแทน รณชัย  จินาเกตุ และแน่นอนอีกคนคือกองหน้าความหวังของทีมอย่าง จิมมี่  โซล่า  ที่ลงมาแทน ศิริศักดิ์  เย็นใจ ที่เงียบมากในเกมนี้ และเราน่าจะตามตีเสมอได้จาก อาเหม็ด แต่บอลเจ้ากรรมโดนเสาแบบน่าเสียดาย เรากดดันได้ดีและกดดันได้หนักหน่วงทีเดียว แต่จังหวะลูกตั้งเตะของทีมเยือนกลับสร้างปัญหาใหญ่ให้เราเมื่อ ซิลล่า  คาริม จัดการยิงแบบไม่ต้องจับแบบเต็มๆบอลพุ่งวาบตุงตาข่ายชนิดที่ ชานนท์แทบไม่ได้ขยับเลย ให้อุตรดิตถ์ เอฟซี ขยับหนีไปเป็น 3 – 1 ในนทีที่ 52

               
                 แต่ใช่ว่าเราจะยอมแพ้ง่ายๆ 4 นาทีต่อมาเราก็ตามตีตื้นขึ้นมาได้หนึ่งลูกจากจังหวะที่ จิมมี่  โซล่า ใช้ความแข็งแกร่งพาบอลไปจนถึงเส้นหลังก่อนตบเข้ากลางมาเป็น ชยพล  อุดรพันธ์ วิ่งเข้ามาแปบอลหนีมือผู้รักษาประตูเข้าไปแบบสวยงาม ไล่ตามมาเป็น 2 – 3 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของแฟนบอลทั้งสนาม ปลุกบรรยากาศการเชียรให้คึกคักขึ้นมาอีกคำรบหนึ่ง


               หลังไล่ตีตื้นมาเราทำเกมรุกกดดันหนักขึ้นทั้งการทิ้งบอลไปให้ จิมมี่  โซล่า พาทัวว์และแน่นอนมันสร้างความอันตรายได้มากโขทีเดียว แต่บอลยาวมากไปทำให้อุตรดิตถ์สามารถดักจับได้ง่ายประกอบกับตัวต่างชาติของอุตรดิตถ์ ที่งัดสารพัดวิธีการในการยั่วอารมณ์ ถ่วงเวลาการเล่นของเราประมาณว่ากวนอารมณ์เราไว้ก่อนให้เสียสมาธิซึ่งได้ผลหลายๆลูกเราไปเล่นตามจังหวะของเขามากเกินไป จนกลายเป็นเสียเวลาในการบุกเช่นจังหวะได้ฟรีคิกที่ผลักกันไปมาจนเสียเวลาไปเกือบสองนาทีเดือดร้อนผู้รักษาประตู ชานนท์  ธิลา ที่ต้องวิ่งมาคอยเตือนเพื่อนให้เล่นในเกมตนเองอย่าเล่นตามเกมทีมเยือนจึงสามารถแยกออกมาได้


               กว่าที่ประตูตีเสมอจะมาก็ต้องรอถึงนาทีที่ 86 เมื่อรัชชานนท์  สีหวงศ์ ครอสบอลจากด้านขวา ด้วยเท้าซ้ายของเขา บอลย้อยข้ามหัวผู้รักษาประตูจะเข้าประตูอยู่แล้วเป็น จิมมี่  โซ่ล่า ที่เติมเข้าไปโขกฝังให้บอลเข้าประตูแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นประตูตีเสมอ 3 – 3 ของเจ้าบ้าน เสียงโห่ร้องก้องแม่กวงอีกรั้งท่ามกลางความหวังที่จะได้ประตูพลิกกลับมานำอีกครั้งแต่ก็ไม่ทันจบเกมจึงเป็นดราม่าโกงความตามอีกครั้งเสมอกันไปที่สกอร์ 3 – 3 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม เจ้าบ้านราชันโคขาว อดขึ้นจ่าฝูงชั่วคราวแบบน่าเสียดาย เพราะพเยาออกไปคว่ำเชียงรายถึงถิ่น 1 – 0 ทำให้ต้องลุ้นให้ หนองบัวพิชญ แพ้ตากคาบ้านเราจึงจะสามารถยึดอันดับสองต่อไป


               เสียดายครับ ต้องบอกว่าเสียดาย โอกาสมาแล้ว เปิดกว่างอีกครั้งแต่เราทำไม่ได้ สองโอกาสที่หลุดลอยไปทั้งนัดเจอน่านและล่าสุด อุตรดิตถ์ 2 นัดเสียไป 4 แต้ม ได้มาแค่ 2 คะแนน และแน่นอนความกดดันจะถาโถมเข้ามาแน่นอน เพราะนัดต่อไปคือการไปเยือนแพร่ ที่แข็งแกร่งในบ้านเป็นอย่างมาก กลับจากแพร่แล้วถึงแม้นจะเฝ้าบ้านแต่ทีมที่มาเยือนคือ พะเยา เอฟซี คู่แข่งแย่งพื้นที่โดยตรง 2 นัดนี้คิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากต้องชนะให้ได้ทั้งสองนัด หากยังอยากไปต่อในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ถ้าเกิดเสมออาจลุ้นยาวๆได้แต่จะเป็นการลุ้นแบบยืมจมูกคนอื่นหายใจซึ่งไม่ใช่วิธีที่ดีแน่นอน


               ขอดี ณ.ตอนนี้ที่มองเห็นคือเรายังหายใจด้วยตนเอง เมื่อเราต้องเจอกับทีมที่ลุ้นแชมป์และลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกด้วยกันเองทั้งพะเยา เอฟซี และ หนองบัว พิชญ ตามลำดับ แต่ก่อนจะถึงวันนั้นการเยือนแพร่คือนัดที่สำคัญที่สุดที่จะเป็นอื่นไม่ได้นอกจาก 3 คะแนน หรือถ้าเสมอเราต้องไปยืมจมูกกำแพงเพชร หายใจและยันเสมอให้ได้ จึงยังจะพอทำเนาได้ ถ้ามองจากตรงนี้กาศของเราอยู่ที่ 40% แม้นว่าเราจะมีเกมในบ้านก็ตาม แต่เมื่อถึงตอนนั้นงานหนักจะรอเราอยู่มากโขทีเดียว แทนที่จะเล่นแบบสบายๆเสมอก็ไม่เสียหาย เป็นที่เยือนสองทีมที่ต้องบุกใส่เรา กลายเป็นเราต้องเครียดกันเอง ซึ่งไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นเราจะกดดันขนาดไหน


               ที่เขียนไปข้อวิตกกังวลในหัวสมองผมอาจมากเกินไปก็เป็นได้ ถึงนาทีนี้ค่อยๆมองไปทีละนัดละกัน สมาธิอย่าหลุดไปมองนัดอื่นแล้วคิดว่านัดนี้ยังไงก็เอาอยู่ บทความนัดที่เอาชนะเลย ซิตี้ ในบ้านผมเขียนไปแล้วครั้งหนึ่งว่า เราควรเลือกแบบไหนระหว่างบุกยิงให้ขาด กดให้เขาฝ่อแล้วค่อยทยอยเปลี่ยนแบบนัดถล่มตาก เอฟซี 4 – 0 ในบ้าน หรือเก็บตัวเก่งไว้ แล้วค่อยส่งลงมายิงชนะในครึ่งหลังแบบเกมชนะ เลย ซิตี้ 2 – 0


               แล้วหวยก็มาออกแบบนัดที่แล้วที่พักตัวเก่งไว้ก่อน แล้วค่อยปล่อยมาทีหลัง แต่ข้อแตกต่างกันคือ เราโดนนำไปก่อน ซึ่งคนละสถานการณ์กับเลย ที่ครึ่งแรกเสมอ 0 – 0 พอครึ่งหลังโดนอีกลูกจึงมีงานหนักอึ้งรออยู่ เน้นย้ำอีกครั้งเล่นในบ้านบุกยิงนำก่อน กำลังใจมาเต็มที เขาขึ้นนำก่อนเขามั่นใจว่าทำได้ อุตรดิตถ์ทำให้เห็นแล้ว ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ เราจึงเล่นยาก บอลยาวมาเต็มๆ ฝากบอลกับโซล่าตลอด ตัวอื่นๆเลยเหมือนตัวประกอบไปเลย


               ที่น่าเป็นห่วงคือแนวรุกที่ขนาบข้างสองฝั่งทั้งว้ายและขวาไม่มีใครเลยที่พาบอลไปได้จนสุดเส้นแล้วคัทแบ็คเข้ามาถึงจุดนัดพบ ที่เห็นคือ จิมมี่  โซล่า คนเดียวที่ทำได้ ที่เหลือมักเสียบอลไปเสียอย่างนั้น ทำให้คิดถึงเจ้าหนุ่มเบอร์ 10 ธิราวุฒิ  ธิวโต ที่มีความเร็วไปกับบอลได้ดีและที่สำคัญคล่องใช้ได้ทีเดียว นี่คือจุดหนึ่งที่ต้องปรับกันยกใหญ่ เช่นเดียวกับสมดุลในแดนกลางและหลัง ที่เลกสองหลุดกันค่อนข้างบ่อยส่งผลต่อเกมรับที่เริ่มแสดงช่องออกมาให้เห็น จนกลายเป็นเลกสองยิงได้มากขึ้น แต่ก็เสียมากขึ้นเป็นเท่าตัวทีเดียว


               ถึงตอนนี้อาจต้องคิดกันใหม่ถึงรูปแบบการเล่น ระบบการเล่นที่จะยืดหยุ่นใช้ในแต่ละเกม เราจำเป็นไหมที่ต้องยืนพื้นที่ระบบนิยม 4-3-3 หรือจะยืดเป็น 4-2-3-1 ที่ให้ประภาษ ปักหลักแดนกลางกับ ชยพล ไปเลย แล้วจัดโซล่า ตัวจริง ค้ำหน้าเป้าไปเลยผมว่าน่าสนใจมาก อันนี้หน้าที่ทีมวานที่ต้องไปคิดต่อว่าจะทำยังไง ปรับยังไงให้เหมาะสมกับสภาพทีมในแต่ละนัดแต่ละเกม ซึ่งถ้าเราไม่ปรับ แบบเดิมๆทีมที่มาเยือนศึกษาเกมเรามาแล้ว พอจะรู้ทางก็สามารถรับมือได้ง่ายคืนส่งผลถึงเราที่เล่นยากขึ้นมากอีกเท่าตัว


               ที่สำคัญอยากเตือนคือสมาธิที่ควรเพ่งไปที่นัดต่อนัด อย่าใจลอยไปถึงนัดอื่น โอเคว่ามันคือการแข่งขันระยะยาวแต่ถ้าชนะไว้ก่อนได้  3 แต้มไว้ก่อนย่อมดีกว่าแน่นอน ถ้ามัวแต่คิดถึงนัดหน้าพักตัวไว้จะด้วยปัญหาอะไรก็ตามแล้วได้แค่แต้มเดียว นัดหน้าไปเยือนไม่ชนะอีกคราวนี้เสียหายเลย แทนที่จะมี 3 แต้ม กลับเหลือแค่สองแต้ม  ยังดีที่ไล่ตีเสมอได้ไม่งั้นงานกร่อยแน่นอน จัดเต็มไปเลยครับ อย่าลังเล ได้ 3 แต้มนัดนี้แล้วเมื่อมีปัญหาตามมาค่อยแก้ไขอีกที อย่าลังเล ยิ่งเล่นในบ้านด้วยแล้ว ต้องทำให้ได้ อย่าเหม่อลอยไปถึงนัดอื่น จัดการตรงหน้าให้ดีที่สุด


               ครับเส้นทางยังเหลืออีกลายนัด เรายังไม่หลุดจากวงโคจร เรายังอยู่นเส้นทาง เรายังยืนด้วยตนเอง และกายใจได้ด้วยตนเองอยู่ไม่ต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจและไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ งานยากขึ้นแน่นอนปัญหาเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ปัญหาก็แก้ได้แน่นอนด้วยการร่วมแรงร่วมใจ เมื่อวานเป็นอีกนัดที่เสียงเชียร์กระหึ่มมาก รวมใจอีกสักครั้ง เสียงดังอีกสักหน เสาร์หน้าบุกเยือนแพร่ ไปกันเยอะๆทีมต้องการกำลังใจ จำภาพนัดแรกที่เราไปเยือนแพร่ได้ไหมครับ ไปรำลึกกันอีกสักครั้งที่เมืองแพร่นะครับ แล้วเราจะร่วมกับนักเตะแผ้วถางทางสู่แชมเปี้ยนลีกส์ด้วยกัน เรียนเชิญทุกท่านด้วยใจถึงใจอีกสักนัดครับ...สวัสดี



อักษราพัฒน์ 24 / 7 / 59

3
จะมีคนจำรหัสได้สักกี่คนกันหวะ

4


          ราชันโคขาว ลำพูน วอริเออร์ เปิดบ้านต้อนรับผีตาโขนออกศึก เลย ซิตี้ ทีมอีสานผลัดถิ่นที่ได้โอกาสมาเล่นโซนเหนือแบบงงๆ ผลงานอยู่ระดับกลางตาราง ส่วนเจ้าบ้านนัดนี้หมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าสามแต้มให้ได้ เพราะสองทีมนำ อย่าง หนองบัว พิชญเอฟซี กับ พะเยา เอฟซี เจอกันเองและผลออกที่เสมอไป 1 – 1 จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะทำแต้มแซงพะเยาอีกครั้ง พร้อมกับทำแต้มทาบจ่าฝูงให้ได้ แต่สภาพทีมดูไม่เป็นใจ จิมมี่  โซล่า ไม่ฟิต จึงปรับแผนมาใช้ อาเหม็ด   โฟฟาน่า ยืนหน้าเป้าแทน ขนาบข้างด้วย ภานุวัฒน์  ศรีเภา และ สุรศักดิ์  เย็นใจ แดนกลาง ประภาส  รัตนดี คุมเกมร่วมกับกัปตันทีม ชยพล  อุดรพันธ์ และ รัชชานนท์  ศรีหวงค์ แนวรับ ชุดที่ดีที่สุดของทีม สุวัฒน์ จันทร์บุญภา จับคู่กับ เอ็มมาร์นูเอล  วังโก้ แบ็คขวา พงศกร  ตาคำ  แบ็คซ้าย ณัฐกฤต  อินทร์เสา ผู้รักษาประตู ชานนท์  ธิลา กลับมาอีกครั้ง
   
         ขณะที่ทีมเยือน นำทีมโดย มาติอัส  อดีตกองหน้าของเชียงใหม่เอฟซี กัปตันทีม ทรงศักดิ์  เฮมเขียว ละแนวรุกตัวจี๊ด ตราโอเร่ และเซ็นเตอร์ฮาฟจากจีนอย่าง ชาง ลี  หวังถึงชนะเช่นกัน

          เกมในครึ่งเวลาแรกเริ่มขึ้นท่ามกลางแสงแดดอันร้อนแรงซึ่งสวนทางกับเกมที่ไม่ร้อนแรงดังคาดคิด เราไม่สามารถเปิดเกมเข้ากดดันบดขยี้ผู้มาเยือนได้เลย บอลยาวที่เปิดขึ้นไปโดน ลี ชาง  กองหลังสัญชาติจีนที่สูงใหญ่ตัดดักจังหวะได้หมด โฟฟาน่า กองหน้าของเราที่สัมผัสบอลได้ไม่นิ่มนวลเท่าไหร่เลยกลายเป็นบอลตายที่แดนหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่

          มีจังหวะเดียวที่ได้ซัดจ่อๆของศิริศักดิ์  เย็นใจ ที่ติดบล็อกกองหลังออกไปแบบไม่น่าเชื่อ ที่เหลือก็เป็นเกมรุกที่พยายามขึ้นเกมไปแต่หาโอกาสได้ยากเต็มที เป็นครึ่งแรกที่เครียดและดูอึดอัดมาก ส่วนผู้มาเยือนก็หาโอกาสยาก ชานนท์  แทบไม่ต้องออกแรงเลย มาติอัส ตัวอันตรายทีมเยือนโดน สุวัฒน์ กับ วังโก้ ผลัดกันบดบี้จนเล่นไม่ออกแทบไม่ได้บอลเลย กลายเป็นเกมกดดันที่เล่นเครียดกันไป พาลเครียดกันไปทั้งนักเตะและแฟนบอล ที่คาดหวังว่าจะทำแต้มทาบจ่าฝูงอีกครั้ง จบครึ่งแรกที่อึดอัดไปด้วยสกอร์ 0 – 0

          ครึ่งหลังทีมงานโค้ชไม่รอช้าที่จะปรับเกม โดยการถอด ภานุวัฒน์  ศรีเภา ออก แล้วจัดการส่งกองหน้าตัวความหวังอย่าง จิมมี่  โซล่า ลงมาแทน และเข้าก็แสดงถึงคราสความเป็นกองหน้าอีกระดับ จังหวะกระชากไปเปิดบอลเช็ดคานออกมาเป็นจังหวะของการเตือนกองหลัง เลย ซิตี้ ว่างานหนัก รอพวกเขาอยู่

          และก็เป็น อาเหม็ด ที่โหม่งชงให้ จิมมี่  โซล่า ที่หลุดเข้าไปจิ้มบอล ผ่านมือผู้รักษาประตูของเลย ซิตี้เข้าไปในนาทีที่ 57 ให้ ลำพูน ออกนำไปด้วยสกอร์ 1 – 0 คลายความกดดันลงไปได้มากทีเดียว ที่เหลือก็เป็นการโชว์ของเขาทั้งการจิ้มวิ่งแซงกองหลังไปเปิดบอลให้กับ ศิริศักดิ์ เย็นใจ เขาฮอส แต่บอลเจ้ากรรมไปติดเซฟแบบน่าเสียดาย เรียกว่าทำดีทุกอย่าง คนเปิดก็เยี่ยมยอด คนยิงก็ทำดีที่สุดแล้วและประตูก็เซฟแบบสุดยอด ไม่หมดแค่นั้น โซล่า โชว์ยังจัดการกระดกบอลตามสัญชาติญาณกองหน้าขามหัวประตูไปแล้วแต่เป็น คานที่ปฏิเสธโอกาสของเราไปเสียอย่างนั้น

          จนนาทีที่ 82 ประตูปลดล็อคความกดดันก็มาถึงและเป็นโซล่า ที่วิ่งมาซ้ำจังหวะลูกคลุกคลิกเข้าประตูไปเป็นลูกที่ 2 ของตัวเอง และเป็นลูกที่ 5 ใน 3 นัดของเจ้าตัวในสีเสื้อ ลำพูน วอริเออร์ ทำให้ปิดเกมด้วยชัยชนะของเจ้าบ้าน สามารถทำแต้มเท่าจ่าฝูงอย่างหนองบัว พิชญอีกครั้ง กลับไปเป็นที่สอง แซงหน้าพะเยา สำเร็จอีกครั้ง

           สามแต้มที่ได้เกมนี้ต้องบอกว่าตามเป้าอีกครั้งที่เล่นเพื่อชัยชนะแม้นว่าครึ่งแรกจะมีแอบเซ็งกันบ้างในหลายๆจังหวะที่ไม่สามารถทำอะไรผู้มาเยือนได้เลย จนมีเสียงก่นด่าออกมาเป็นระยะถ้ามองแบบใจร้อนสามารถมองได้ว่าทำไมไม่บุก ทำไมไม่ส่ง จิมมี่  โซล่า ลงมาแต่แรกแล้วปิดเกมไปเลย อันนี้ก็มองได้ แต่อาจจะเพราะสภาพของ จิมมี่  โซล่า ที่ดูเหมือนจะไม่ฟิตเท่าไหร่ การส่งเขาลงไปบดกับกองหลังที่กำลังสดเต็มเปี่ยมด้วยพละกำลังอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่ การเก็บเขาไว้แล้วส่ง อาเหม็ด ลงไปบดบั่นทอนกองหลังก่อนก็อาจเป็นอีกวิธีคิดของทีมงานสต๊าฟโค้ชเช่นกัน
   
          อย่างที่บอกครับว่านี่คือยอดกองหน้าที่ดีที่สุดที่เราเคยมีมา เขามีทุกอย่างทั้งความเร็วและลูกเล่นที่แพรวพราว จมูกไวมากในเขตโทษ จังหวะที่กระดกบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูแต่บอลไปชนคานนั่นแสดงถึงคราสของเขาที่เราเห็นความแตกต่างระหว่างกองหน้าธรรมดากับกองหน้าชั้นยอด มีหลายคนเอาไปเปรียบกับ อาเหม้ด ซึ่งก้เปรียบได้แต่ อาเหม็ด กับ โซล่า ก็คนละสไตล์เมื่อ อาเหม็ดคือคนที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้บอลเขามีความดุดัน กัดไม่ปล่อย สู้ทุกจังหวะที่เขากับโอกาสที่เขาได้รับ และยังมีส่วนในการแอสซิสให้โซล่าด้วย ส่วนโซล่า นี่ของขึ้นห้าง มีเกรดผ่านการพาสเจอร์ไรซ์มาแล้ว เปิดกล่องมาใช้ได้เลย สมกับครั้งหนึ่งเขาเคยมีค่าตัวที่ 1,000,000 บาทมาแล้ว เหลือแค่สภาพความฟิตของเขา การยืนระยะตลอดทั้งเกมว่าเขาจะสามารถทำได้ดีขนาดไหน
   
          แต่ครั้งจะหวังพึ่งเขาคนเดียวก็คงไม่ตลอดทุกเกม สิ่งที่ยอมรับอีกอย่างหนึ่งของทีมชุดนี้คือสปิริตทีมที่ยอดเยี่ยมมาก ทุกคนช่วยกันเล่น ช่วยกันวิ่งเพื่อทีมจริงๆ แดนกลางทำงานได้ดี นักเตะที่เติมเข้ามาใหม่อย่าง ศิริศักดิ์  เย็นใจ ก็เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในทีมได้ดีมาก ลงเล่นมา 3 นัด ยิงไป 2 ประตูแล้ว เกมกับเลยโชคร้ายที่เขาบวกเพิ่มไม่ได้แค่นั้นเอง ส่วนเบอร์ 32 ที่มาใหม่อย่าง รัชชานนท์  สีหวงค์ ที่ลงตัวจริงนัดแรก ซ้ายธรรมชาติที่ย้ายมาในเลกสองคงต้องใช้เวลากับเขาหน่อยกับการคลิกเข้าสู่ทีม ดูๆเป็นนักเตะประเภทอ่านเกมฉลาดแต่เขาคงต้องเพิ่มความหนักและลูกขยันอีกสักนิดและปรับตัวเข้ากับทีมอีกสักระยะอาจจะดีขึ้น
   
          แต่จะชม จิมมี่  โซล่า คนเดียวก็ใช่ที่ ต้องชมทั้งทีม ตั้งแต่ประตูที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ แดนกลางที่คอยเปิดป้อนให้กับเขา ทำให้เขาเล่นง่าย อย่างประตูแรกบอลทะลุช่องให้จิมมี่  โซล่า หลุดไปยิงประตูเบิกร่องนั่นก็เป็นทีมเวิร์คที่สวยงาม รวมถึงประตูที่สองที่เขาได้ยิงจ่อๆนั่นก็เพราะคำว่าทีมเวิร์ค ที่ทุกคนช่วยกันเล่นช่วยกันทำฟอร์มขึ้นมาและนี่คือจุดเด่นของทีมชุดนี้ จิมมี่  โซล่า ที่เติมเข้ามาเป็นจุดเติมเต็มให้ทีมพอดีในจังหวะเข้าทำ ซึ่งเป็นปัญหาของทีมในครึ่งฤดูกาล มาครึ่งฤดูกาลหลังจิมมี่  โซล่า เข้ามาเติมเต็มพร้อมกับ ตัวแบ่งเบาภาระในการทำประตูอย่าง ศิริศักดิ์  เย็นใจ ทำให้แนวรุกเราดูดีมากขึ้นจริงๆ
   
          ครับผมคงไม่มีอันใดจะตำหนิหรือวิจารณ์แต่เกมต่อๆไป ถ้าบุกตีให้ตายได้เลยผมว่าน่าสนใจกว่าที่เราจะรีรอให้อารมณ์ของบางคนครุกรุ่น ในบ้านเล่นยากเสมอ ถ้าคิดจะเร่งเอาในครึ่งหลังเกิดเกมไม่เป็นไปดังหวังจะกลายเป็นความกดดันเองได้ รู้ๆกันอยู่ว่าแฟนบอลลำพูน ใจร้อนมากกว่าใจเย็น เล่นในบ้านอยากเชียร์แบบสบายใจรุกเร็วแต่ต้นเกมเพื่อคลายความกดดันคงดีกว่าที่จะรีรอให้กดดัน ซึ่งก็ต้องแล้วแต่ทีมที่เจออีกทีละกันว่าจะเอาแผนไหนมาใช้
   
          สู้ต่อไปเรายังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง เกมในบ้านเรายังเหลืออีกเพียบ ในบ้านถ้าเก็บได้หมดเราน่าจะได้เฮ ตอนนี้ว่ากันไปทีละเกมทีละนัด เสาร์หน้าอุตรดิตถ์ เอฟซี  มาเยือน เราจะเริ่มซีรี่ย์แห่งชัยชนะในบ้านตั้งแต่เสาร์หน้าเป็นต้นไป สู้เต็มที่ที่ทุกนัด เชียร์เต็มที่ทุกเกม อาจไม่เข้าตาในบางจังหวะ เสียบอลในบางครั้งขอจงอย่าพึ่งโห่หรือก่นด่าพวกเขา พวกเขาเหนื่อย พวกเขาพยายามทำเต็มที่ แต่อาจเป็นเพราะจังหวะมันไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่เขาไม่อยากชนะ เขาอยากชนะ เขาอยากทำให้เรามีความสุข แต่ฟุตบอลมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เป็นใจ ไม่ได้ดั่งใจบ้าง หวังว่าเราจะเข้าใจ ร่วมกันเปล่งเสียงเชียร์ให้ดัง ส่งพลังเชียร์ไปถึงนักเตะดีกว่า ใครที่ขึ้นมาช้าก็ขึ้นมาเร็วหน่อยเกาะกลุ่มกันเชียร์ให้ดังก้องกังวาร ส่งพลังไปพร้อมกับเสียงเชียร์เพราะ ที่นี่แม่กวง นรกทีมเยือน เสาร์หน้าพบกันครับ ข่มขวัญอุตรดิตถ์ให้กระเจิง เป็นพลังปูพรหมถล่มให้ขาดราบคาบ แล้วพบกันครับ ผู้เล่นหมายเลข 12 ทุกคน.....สวัสดี
   
 

อักษราพัฒน์  18 / 7 / 59

5

           ลำพูน วอริเอร์ กลับมาเล่นเลกที่สองในบ้านนัดแรก ต้อนรับการมาเยือน ตาก ซิตี้ หลังจากที่นัดแรกออกไปเยือนพิษณุโลก เอฟซี แล้วคว้าหนึ่งแต้มกลับมาได้ 1 คะแนน นัดนี้เล่นในบ้าน แต่ขาดผู้เล่นตัวหลังพร้อมกันสองคน คือ เซ็นเตอร์ฮาฟจอมแกร่งสุวัฒน์  จันทร์บุญภา  ที่ไปโดนใบแดงในนัดเยือนพิษณุโลก และกัปตันแอ้ม ชยพล  อุดรพันธ์ ที่สะสมใบเหลืองครบโควตา ทำให้อดลงช่วยทีมทั้งสองคน จึงเป็นที่มาของการปรับทัพเล็กน้อง แต่ได้กองหน้าตัวใหม่ จิมมี่  โวฃซล่า ส่งประเดิมสนามนัดแรกเลย

          การจดทัพ ยังมาในระบบ 4-3-3 เช่นเคย ประตูมือหนึ่ง ชานนท์  ธิลา คู่เซ็นเตอร์เปลี่ยนจาก สุวัฒน์ เป็นนักเตะที่มาใหม่ รณชัย  จินาเกตุ  จับคู่กับจอมแกร่ง  เอ็มมานูเอล  วังโก้ แบ็คซ้าย คมสันต์  ทานา  แบ็คขวากัปตันทีม พงศกร  ตาคำ  แดนกลาง ประภาส  รัตนดี ตัดเกมแดนกลาง ร่วมกับ อรรถพล  คำมะยอม และ ภาณุวัฒน์  ศรีเภา แนวรุกสามคน วาง จิมมี่  โซลา ยืนตรงกลาง ขนาบข้างด้วย ธิราวุฒิ  ธิวโตและ ศิริศักดิ์  เย็นใจ หวังคว้าสามแต้มเต็มที่

          เริ่มเกมมาเป็นเราที่พยายามทำเกมรุกเข้าใส่ แต่ตากก็มาแบบรับแน่นไว้ก่อน ทำให้หาโอกาสจบได้ยากเรียกว่าช่วงแรก จิมมี่  โซล่า แทบไม่ได้บอลเลย แต่เป็นความยอดเยี่ยมของเขาที่ทำได้อย่างยอดเยี่ย เยือกเย็น เมื่อมีโอกาส เริ่มที่ยนหยอดตัดแนวรับไปในพื้นที่ว่าง เป็น จิมมี่  โซล่า  ที่วิ่งแซงแนวรับตากไปรับบอลก่อนจะล็อคหลบเซ็นเตอร์ฮาฟ แล้วพาบอลไปเลือกยิงด้วยขวาที่เสาแรก บอลไหลเข้าประตูแบบเลือดเย็น ให้ลำพูน ออกนำตาก ซิตี้ ไปก่อน 1-0  สาบานว่าจังหวะยิงประตูผมแอบลุ้นว่าเมื่อไหร่เขาจะยิง ถ้าไม่ใช่กองหน้าที่เยือกเย็นพอ มีซัดด้วยซ้ายไปแล้ว แต่นี่ดึงหลอกแล้วยิงด้วยขวาที่เสาแรกแบบเน้นๆกันพลาดไว้ก่อนเลย
 
          ส่วนประตูที่สองก็เป็นความยอดเยี่ยมของเขาอีกที่ยิงแบบไม่จับเลย ในจังหวะที่ประตูตาก ทุบลูกยิงของภาณุวัฒน์  ศรีเภา  ออกมา เรียกว่ากดเต็มหลังเท้าบอลแทบจะขีดเส้นตรงเข้าประตูไปเลยทีเดียว ส่วนประตูที่สามนั้นเป็นการขึ้นโหม่ตามเบสิกกองหน้าตัวใหญ่แต่เหลี่ยมบอลที่โหม่งเข้าไปนี่ย้อยเข้าที่สามเหลี่ยมในมุมที่ประตูและกองหลังที่ยืนคุมเส้นกระโดดยังไงก็ยากจะถึง ไม่พอ ยังฉายด้วยการใช้ความเร็วบวกกับความแข็งแกร่งไปเบียดเอาชนะแล้วตักให้ ศิริศักดิ์  เย็นใจ โขกเน้นเป็นประตูที่ 4 ให้เราถล่มตาก ซิตี้ แบบไม่ไว้หน้าไป 4 – 0 แบบไม่เกรงใจโค้ชปลั๊กเลยทีเดียว เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีชอีกนัดหนึ่งในบ้าน

          ข้อดีของเกมนี้ที่มีอยู่คือเราชนะ กลับไปอยู่ที่สองอีกครั้ง และยิงได้มากทำให้ประตูได้เสียเราบวกดีขึ้นมากทีเดียว และที่น่ายินดีไปกว่านั้นคือกองหน้าที่คว้าตัวมาใหม่อย่าง จิมมี่  โซล่า  ท็อปฟอร์มตอบแทนความไว้วางใจให้เราด้วย 3 ประตู 1 แอสซิสต์ เรียกว่าเป็นรายการ จิมมี่  โชว์ เลยก็ว่าได้ ถ้าคะแนนความสามารถนัดนี้เต็ม 10 เราก็ต้องให้เขาเต็ม 10 ละครับ ใครจะเชื่อว่านี่คือนัดแรก และเป็นนัดแรกที่เหมือนฝันมากๆ เรียกว่าเป็นดรีมสต๊าดชัดๆ ถ้าประตูแรกยิงด้วยเท้าซ้ายเข้าไปละก็ มันจะครบเครื่องมากจริงๆ แต่แค่นี้ก็เรียกเสียงปรมมือได้เกรียวกราวสำหรับนักเตะใหม่แล้ว กับ แฮตทริคแรกของนักเตะสโมสร ลำพูน  วอริเออร์ ที่แทบไม่น่าเชื่อว่า ก่อตั้งมา 6 ยังไม่มีใครทำได้ และเป็นเขานี่แหละที่สามารถทำได้ ในนัดแรกที่ลงสนาม เป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้อีกครั้งในฐานะสโมสรฟุตบอลลำพูน วอริเออร์

           ครับนี่คือข้อดีที่เราได้พบเห็น การชนะเยอะๆบางทีก็เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะในเชิงจิตวิทยาคู่แข่งเราเมื่อเห็นเราเปิดตัว ยิงที่ละสองสามลูกขึ้นไป ความเกรงกลัวในทีมจะมีมากขึ้น ประมาณว่า ลำพูน มันโหดจริง แกร่งทั่วแผ่น เมื่อเจอกันมีโอกาสส่งผลถึงแผนการและระดับจิตใจของผู้เล่นได้ที่เมื่อเจอกับเรามันจะฝ่อไปเองและที่สำคัญมันเป็นการเพิ่มโอกาสเมื่อถึงเวลานับประตูได้เสียกันขึ้นมา มันเป็นแต้มต่อในมือของเราที่เราอาจต้องมีไว้

          มีเรื่องให้เรายิ้มบางทีเราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องข้อกังวลใจด้วย เรียกว่ามีทั้งข้อที่เป็นข้อดีและเสีย สิ่งที่มองเห็นแล้วยังเป็นกังวลนั่นคือจังหวะขึ้นเกม ที่ยังถ่ายบอลกันไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ การสวิฟบอลเปลี่ยนทางยังไม่ดีพอ บางครั้งเราเห็นอีกด้านหนึ่งว่างนักเตะยกมือขอบอลอยู่แล้ว แต่บอลไม่มาเพราะนักเตะอีกคนที่ครองบอลไม่ปล่อยบอลมา ทำให้เกมรุกที่น่าจะทำได้ดีกลายเป็นชะงักไป ถ้าเราเปลี่ยนบอลได้ดี วางบอลข้ามฟากได้ดีเราจะน่ากลัวอีกมากเลยทีเดียว ซึ่งมันจะทำให้เกมริมเส้นของเราวูบวาบขึ้นมาอีกมากทีเดียว

          อีกจุดที่ผมว่าเราอาจต้องเตรียมการให้ดีนั่นคือแนวรับ ที่เมื่อคู่ของสุวัฒน์  กับ วังโก้ หายไปคนใดคนหนึ่ง คนที่มาแทนยังเล่นได้ไม่ถึงระดับที่เหนียวแน่นนัก นัดที่เจอตาก เราใช้ผู้เล่นที่มาใหม่อย่าง รณชัย  จินาเกตุ ซึ่งด้วยความที่พึ่งมาและซ้อมกับทีมได้ไม่นานความเข้าใจระหว่างกันจึงมีน้อย บางทีเราเห็นเขายืนสูงเกินไป ไม่ได้ระนาบเดียวกับ วังโก้ และมีหลุดเป็นระยะในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเขาก็ปรับตัวได้ดีขึ้น ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการปรับตัวและหวังว่าจะดีขึ้น

          นี่คือสองจุดที่เราต้องปรับอีกนิด แน่นอนว่าต้องใช้เวลาในการจูนทีม ปรับทีมที่มีนักเตะใหม่เข้ามา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ก็ถือว่าเราปรับตัวได้ดีเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะสองนัดในเลกสอง เก็บไปได้ 4 แต้ม และที่สำคัญการไปคว้าแต้มมาจากพิษณุโลกได้นั่นน่าพอใจมาก การถล่มตาก เอฟซี ในบ้านได้ถือว่าตามเป้าหมายที่วางไว้ กดดันทีมนำไปเรื่อยๆ ณ.ตอนนี้ ห่างจากทีมหนองบัว พิชญ แค่สองแต้ม แม้นทีมที่ไล่หลังเรามาจะมีคะแนนห่างเราแค่ 1-2 แต้ม แต่เราจะสนใจทำไมถ้าทีมเรายังเดินหน้าทำผลงานได้แบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

          เดินหน้าต่อไปไปเรื่อยๆครับ ร่วมกันสู้ไปด้วยกัน นักเตะสู้ กองเชียร์ก็จะสู้กับท่าน ทำให้เต็มที่ครับ ใจถึงใจกันอยู่แล้ว สู้ให้เต็มที่ เอาให้เต็มเหนี่ยว ท่านเต็มที่ เราเต็มที่ ท่านสู้ เราสู้ เพื่อเป้าหมายอันสูงส่งกับการสัมผัสบรรยากาศแชมเปี้ยนลีกอีกครั้ง เดินหน้าด้วยความเชื่อมั่น ทำให้เต็มที่ เราเชียร์ท่านอยู่...ลำพูน วอริเออร์  สวัสดีครับ

 

อักษราพัฒน์  5 / 7 / 59

6

               ครึ่งฤดูกาลแรกของฟุตบอล เอไอเอสลีก ภูมิภาคโซนภาคเหนือเคลื่อนผ่านไป ลำพูน วอริเออร์ กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะอยู่และควรจะเป็นอีกครั้ง นั่นคือหัวตารางแม้นจะไม่ได้แชมป์ในครึ่งฤดูกาลแรก แต่การยืนแป้นที่สองแบบเดี่ยวๆแน่นอนแล้วก็ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีให้แฟนๆได้ชุ่มชื่นหัวใจกันไปไม่มากก็น้อย

               เกมสุดท้ายในบ้านถึงแม้นจะเปิดบ้านเฉือนเพชรบูรณ์ในบ้านไปด้วยสกอร์ที่หวิวๆเพียง 1 – 0 แต่มันก็คือสามแต้มที่ได้มาเติมเต็มให้รองแชมป์ครึ่งซีซั่นแรกเป็นของเราแน่นอนแล้วโดยไม่ต้องรอลุ้นผลคู่อื่น

               มองเรื่องเกมกับเพชรบูรณ์ได้สองแง่มุม มองในแง่ดีเราควรพอใจกับสามแต้มเพราะโดยสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของทีมที่ไปเยือนมาติดกันสองนัดและนัดที่ไปเยือนทีมที่เล่นด้วยคือของแข็งทีมหัวตารางทั้งหมด ทั้งกำแพงเพชรและหนองบัว พิชญเอฟซี ยิ่งกลางสัปดาห์ยังกลับมาเฝ้าบ้านเล่น 120 นาทีกับทีมระดับไทยลีกอย่างศรีษะเกษ เอฟซี ซึ่งแน่นอนเราใช้แรงกัดฟันวิ่งจนหมดแล้ว

               11 ตัวจริงในเกมกับเพชรบูรณ์จึงออกมาสภาพตามที่เห็น เอ็มมานูเอล  วังโก๊ะ ไม่พร้อมเล่น จึงเป็น ซัน  ศิโรม กาศศรีนุช ทำหน้าที่กับ สุวัฒน์  จันทร์บุญภา  แบ็คขวาก็เปลี่ยนจาก ณัฐกฤต  อินเสาร์ เป็น คมสันต์  ทานา  แดนกลางเข็น ประภาส  รัตนดี  ลงจับคู่กับ  เรอิ  อิชิกาว่า  พัก แอ้ม ชยพล  อุดรพันธ์ ที่วิ่งมาเต็มๆ 120 นาที สภาพจึงไม่พร้อมสักเท่าไหร่ ส่วนแนวรุกสลับมาใช้ ดนัย  เชื้อวงค์ ยืนค้ำแทน โมฮัมเหม็ด  โฟฟาน่า ที่พึ่งหายจากอาการกล้ามเนื้อฉีกมาหมาดๆ ขนาบข้างด้วย ธิราวุฒิ  ธิวะโต กับ อภิชัย  กูออ  วางเบอร์31 อรรถพล  คำมะยอมเป็นตัวทำเกมรุก

               ที่บรรยายมาเพราะต้องการให้เห็นภาพว่าสภาพนักเตะ ณ.วันเสาร์ เราไม่พร้อมจริงๆ จึงต้องสลับสำรองลงเยอะผสมกับคนที่พร้อมลงเล่น และแน่นอนเน้น 3 คะแนนไว้ก่อน มากกว่าที่จะถล่มให้ขาดกระจายตามความคาดหมายของแฟนบอลบางส่วน จะว่าไปฝ่ายจัดน่าจะเห็นใจทีมที่เข้ารอบบอลถ้วยบ้าง ลงเตะวันพุธไปแล้ว น่าจะสลับโปรแกรมให้เตะวันอาทิตย์ เพราะอย่างน้อยก็สร้างผลงานให้วงการฟุตบอล ดิวิชั่น 2

                คิดอีกแง่หนึ่ง ยิงมาก ยิงน้อยก็สามแต้มเช่นกัน เลสเตอร์เป็นแชมป์เพราะยิงลูกเดียว ชนะ 1-0 รวมทั้งหมด 12 นัด จนประสบความสำเร็จได้ ดูไปพลางปลอบใจตนเองไปว่า เอาหวะสามแต้มดีกว่าแต้มเดียวหรือบุกมากโดนสวน จาก 3 อาจเหลือ 1 แต้ม หรือไม่ได้สักแต้มก็เป็นได้....เพียงแต่ว่า ยิงน้อยอาจไม่ถูจริตกับแฟนบอลลำพูน ที่ต้องเล่นมัน ยิงประตูไว้ก่อนเท่านั้น

               ทีนี้ผมขอมองในแง่ร้ายบ้างว่า...นักเตะเรามีเยอะเกือบเต็ม 40 คน แต่พร้อมที่จะใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมีอยู่ประมาณ 16-18 คน ที่ผลัดกันลง สลับกับเจ็บบ้าง แสดงถึงขุมกำลังแนวลึกของเราที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ ถ้ามีตัวหลักเจ็บหรือติดโทษแบนไปการทดแทนยังไม่สมบูรณ์แบบ เรายังขาดนักเตะที่สามารถลงไปเป็นตัวสำรองแล้วพลิกเกมให้เราได้เปรียบ ซึ่งทีมระดับหัวตารางที่หมายหมั่นปั้นมือจะไปรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีกต้องมี

                นัดเฉือนชนะเพชรบูรณ์ 1 – 0  สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าเราอาจต้องมีการขยับเสริมทัพอีกครั้ง ถ้าหวังจะไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนลีก และหวังจะเข้ารอบลึกๆ เพราะปีนี้กฎใหม่ที่กำหนดคือจับฉลากเตะแบบเหย้า-เยือน ประสิทธิภาพในแนวรุกต้องมี ใช้โอกาสที่มีให้คุ้มค่ามากที่สุด และนั่นคือจุดบอดของทีมเรา

               ทีมเราเล่น 11 นัด ยิงไปแบบจุ๋มจิ๋มแค่ 14 ประตู เฉลี่ยแค่นัดละ  1.27 ประตูเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากถ้าเทียบกับทีมอื่นๆ เฉพาะหนองบัว พิชญ ก็ซัดไปละ 32 ลูกแล้ว ทีมอันดับ 3 อย่างพะเยาก็ยิงไป 17 ลูก (ก่อนเกมวันอาทิตย์) ถ้าไปเทียบกับทีมหัวตารางโซนอื่นๆที่คั่วพื้นที่แชมป์เปี้ยนลีก เรายิงน้อยกว่าเขามากที่สุด ดาวซัลโว สูงสุดของเราคือ โมฮัมเหม็ด  โฟฟาน่า ที่ยิงไปจุ๋มจิ๋ม 4 ประตู ที่แหลือ คนละ 2 ประตู คือ วังโก้  ,  อภิชัย  ธิราวุฒิ  ,  อรรถพล  ,  1 ประตูได้แก่  ชยพล  ,  สุวัฒน์ 

               แยกให้ชัดคือได้ประตูจากกองหน้าอาชีพคือ โฟฟาน่า 4 ประตู กองหน้ากึ่งปีก 4 ประตู จากสองคนคือ อภิชัย กับ ธิราวุฒิ  ได้ประตูจากกองกลาง 3 ประตู จากอรรถพล 2 ชยพล 1 และแนวรับ 3 ประตูคือ วังโก้ 2  สุวัฒน์ 1 นี่คือเหตุผลที่ผมตั้งคำถามว่าเราจะไปแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้จริงหรือ แล้วเราจะไปทำอะไร เราจะเอาแค่ไปโดยไม่หวังไปเล่นดิวิชั่น 1  หรือ

               ยอมรับจุดเด่นของทีมชุดนี้คือแนวรับที่เสียไปแค่ 6 ประตูเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเฉลี่ยแค่นัดละ 0.54 ซึ่งแข็งแกร่งมาก เครดิตให้แนวรับและกองกลางที่ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ นี่คือจุดดี แต่ถ้าเราจะไปแชมป์เปี้ยนส์ลีกแบบมีหวัง เราต้องแก้ปัญหาแนวรุกให้ดีขึ้นการเซตเกมรุกให้เฉียบคมเป็นเรื่องของสต๊าฟโค้ช แต่ทรัพยากรในมือก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ
   
               ทีมต่างๆเริ่มเห็นทางเราบ้างแล้ว งานในเลก2 จะยิ่งยากขึ้นมาอีกเท่าตัว ความกดดันจะเพิ่มขึ้น การเสริมทีมด้วยนักเตะที่ศักยภาพพร้อมที่จะลุยไปกับเราเป็นเรื่องจำเป็น สำหรบผม กองหน้าตัวเป้าที่พร้อมลงมาโป้งเปลี่ยนเกมเราจำเป็นต้องเติมมาอีก 1 คน เช่นเดียวกับตัวทำเกมที่อาจนำเข้าเพื่อสร้างความแตกต่างในทีม 1 คน ตัวรับที่พร้อมทำงานเมื่อประภาส หรือ ชยพลไม่พร้อมอีก 1 คน และ นี่คือสามตำแหน่งเน้นๆที่เราควรหามาเติม หรืออาจจะเพิ่มเซ็นเตอร์ฮาฟอีกคนก็เป็นได้

               ถึงตอนนี้ผมคิดว่าเราพร้อม นักเตะมีความกระหายพร้อมพิสูจน์พลงาน แฟนบอลพร้อมหนุนหลังทีมอยู่แล้ว สถานการณ์ทีมตอนนี้อยู่อันดับสอง ไม่มีบอลถ้วยมาคั่น พร้อมใส่เต็มๆในเลกสองผมเชื่อว่าเรามีโอกาสที่ดีในปีนี้ที่จะก้าวไปสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีก อยู่ที่เราจะไปไหม ไปแล้วจะไปทำอะไร ไปเล่นเพราะได้ไปหรือจะไปเล่นเพราะหวังจะไป D1 ถ้าหวังจะไป D1 เราต้องเสริม เราต้องกล้าทุ่ม หากไม่แล้วผมเชื่อว่าเลกสองเราจะอยู่หัวตารางอยู่แต่ แชมเปี้ยส์ลีกนั้นไม่แน่...ได้แต่ลุ้น ลุ้น และก็ลุ้น ว่ากล้าๆหน่อยครับเจ้านาย ปีที่ 6 ละนะ 5 ปีที่ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศข้างบน ขึ้นแล้วอย่ายอมลงง่ายๆ ท่องไว้  ชปล...ชปล....สวัสดีครับ


อักษราพัฒน์ 12/ุ6/59
   


7

ศึกชิงจ่าฝูง อินทรีขุนเขา เฝ้ารังเสมอ ราชันโคขาว 1 – 1


          บิ๊กแมทโซนเหนือ อินทรีขุนเขา พะเยา เอฟซี ทีมอันดับสอง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ทีมจ่าฝูงโซนเหนืออย่าง ราชันโคขาว ลำพูนงอริเออร์ โดยทั้งสองมีคะแนนห่างกันแค่แต้มเดียว และสร้างผลงานที่ค่อนข้าสูสีกัน ทีมเจ้าบ้านเป็นทีมที่ชนะรวด 100% เต็ม ในการเล่นในบ้านของตนเอง ขณะที่ราชันโคขาวก็ใช่ย่อย สร้างสถิติชนะ 100% เต็มในการเป็นทีมเยือน เตะ 3 นัด ชนะรวดทั้ง 3 นัด


          นัดนี้ทั้งสองทีมขนผู้เล่นที่ดีที่สุดลงเล่น แต่ไม่มีกองหน้าผิวสี โมฮัมเหม็ด เอ็มโฟฟาน่า ที่เจ็บกล้ามเนื้อขาไม่ฟิต จึงต้องหยุดพักไป แกนหลักยังเป็นชุดเดิม ที่มีกองหลังจอมแกร่งอย่าง วังโก้ ปักหลักคู่เจ้าหมู สุวัฒน์  จันทร์บุญภา กลาง  ประภาษ  รัตนดี  กับตั้นแอ้ม ชยพล  อุดรพันธ์  เรอิ  อิชิกาว่า  หน้านำโดย ธิราวุฒิ  ธิวะโต


          ด้านพะเยา เอฟซี ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงเช่นกัน โดยมากเป็นแกนหลักของ เชียงราย เอฟซี เดิมที่เล่นรอบแชมป์เปี้ยนลีก ปีที่แล้ว นำโดย อดีตนักเตะเรา ศราวุฒิ  วงค์ไชย 

          เกมก็เป็นไปตามคาดเมื่อพะเยาเปิดเกมรุกใส่เราอย่างรวดเร็ว จนได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ความผิดพรากของแบ็คซ้าย ที่อ่านจังหวะบอลพลาด ไม่เล่นลูกเปิดจากด้านขวา โดยไปก้มหลบบอลเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีใครมาทัน แต่ความเร็วของณัฐวัฒิ  วงค์ประเสริฐ กลับสปีดมาแปบอลสวนตัว ชานนท์  ธิลา เข้าประตูไป แบบช็อคแฟนบอลลำพูน ที่ตามไปเกือบสองร้อยคน

          หลังเสียประตูเราก็ใช้แวลาแค่ 7 นาที ในการไล่ตีเสมอ เมื่อ วังโก้ เติมขึ้นไปเล่นลูกตั้งเตะ แต่กองหลังสกัดออกมาไม่ดี วังโก้ ได้บอลแตะหนีหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดบอลไปแลบกองหลังพะเยา เข้าประตูไป ไล่ตีเสมอได้ทันควัน 1 - 1


          หลังจากได้ประตูตีเสมอเกมเรากลับมาดีกว่า ครองบอลได้ถ่ายบอลตามช่องสวยๆได้อีกหลายครั้ง มีโอกาสได้จบอยู่สองสามจังหวะด้วยกัน แต่ยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบครึ่งแรกแบบสนุกที่ 1 – 1


          เริ่มครึ่งหลังตามฟอร์มที่เจ้าบ้านกดดันหนักใส่เราและเป็นฝ่ายครองเกมได้เป็นส่วนมาก เราต้องใช้ความพยายามในการตั้งรับและสวนกลับ ช่วง 15 นาทีแรกของครึ่งหลังเรายังมีจังหวะได้สวนกลับงามๆอยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นเป็นพะเยา เอฟซี ที่ครองเกมบุกใส่เรา เรียกได้ว่าแบบวันเวย์เลยก็ได้ ทำเอากองเชียร์ลุ้นหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เป็นพะเยา เองที่ไม่นิ่งและไม่คมพอในจังหวะสุดท้าย ประกอบกับชานนท์ ที่ยืนตำแหน่งได้ยอดเยี่ยมมาก จัดการเซฟได้ทุกลูกแบบไม่เหลือบ่ากว่าแรง เรียกว่ายิงไปตรงที่ชานนท์ ยืนอยู่ทุกลูก จบ 90 นาที จึงเสมอกันไป แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม ทำให้เรายืดสถิติเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครต่อไป
ครับ ผลสกอร์ 1 – 1 ถือว่าน่าพอใจ มากเพราะการไปเล่นในบ้านพะเยา ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแกนหลักพะเยาคือนักเตะที่เล่นด้วยกันที่เชียงราย เอฟซี มา 3 ฤดูกาลหลังสุด คนที่เข้ามาคุมก็คือโค้ชตุ๊ นิรุต  ศรีทอง ที่รู้ใจนักเป็นอย่างดี มันจึงเป็นการยากที่เราจะควักสามแต้มออกมาได้ การไปแบบตั้งโจทย์ว่ามีแต้มกลับมาจึงเป็นวิธีคิดที่ค่อนข้างถูกต้องและเราทำได้กับหนึ่งแต้มรั้งจ่าฝูงเอาไว้ได้ อย่างน้อยก็หนึ่งวัน


          สิ่งหนึ่งที่ผมเสียดายในเกมนี้คือเราไม่มีโมฮัมเหม็ด    โฟฟาน่า ที่เป็นนักเตะผิวสีที่พูดไทยได้ชัดมาก คนนี้อาจเล่นไม่สวย แต่ถ้าเรื่องกดดันกองหลังฝั่งตรงข้ามผมถือว่าเขาทำได้ดีมากๆ หลายๆจังหวะที่ถ้ามีเขาผมว่าเขาจะเก็บบอลได้แล้วพลางบีบให้เซ็นเตอร์ฮาฟของพะเยาคายบอลออกยาก ซึ่งมันจะเข้าจุดที่เราเพรสเร็ว ตัดบอลได้พร้อมเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในทันที ยิ่งได้เห็นเซ็นเตอร์ฮาฟคู่ ของพะเยาเล่นแล้วผมว่าสองคนนี้ไม่นิ่งเท่าไหร่ เคลียร์บอลออกสะเปะสะปะด้วยซ้ำ แต่เราขาดลูกดุดันในแนวหน้าแค่นั้นเอง


           ครึ่งแรกเราสู้ได้สูสี ยิ่งหลังจากได้ประตูตีเสมอแล้ว ชัดเจนว่าเราดีกว่า แต่ในครึ่งหลังโค้ชตุ๊ก็กลับมาแก้ได้ดี เปิดเกมเร็วเพรสเรามากขึ้นทำให้แดนกลางเราเสียบอลมากขึ้น ถอยร่นไปจนชิดแดนหลัง ทำให้เรากดดันมากขึ้นจังหวะจบเขาก็มากขึ้นมาตามลำดับ จนหายใจกันไม่ทั่วท้อง ยิ่งเลยสิบหานาทีของครึ่งเวลาหลังไปแล้วยิ่งแทบหาจังหวะโต้กลับไม่ได้เลย ตัวสำรองที่ส่งลงไปเก็บบอลในแดนหน้าอย่างดนัย  เชื้อวงค์  ก็ไม่สามารถครองบอลได้ เพราะแดนกลางต่อไม่ติดแล้ว และดนัย ที่ลงมาก็ขาดความคล่องตัว ทำให้เราต้องลุ้นตัวโก่งให้หมดเวลาเร็วๆ เพื่อเก็บหนึ่งแต้มกลับบ้านให้ได้


          หลังจบเกมนัดนี้ทำให้เราเห็นจุดบอดในทีมของเราหนึ่งจุด นั่นคือหน้าเป้าที่จะเก็บบอล ในระบบ 4-2-3-1 หรือระบบ 4-3-3 ย่อมต้องมีหน้าที่ดุ เก็บบอลเก่ง มีลูกบู๊ ซึ่งถ้ามองในลิสต์ตัวสำรองแล้ว มีดนัย  เชื้อวงค์ ที่หน้าเป้าตัวใหญ่ หนา แต่เขายังขาดพลังในการบดขยี้เหมือน โฟฟาน่า มี  นี่คือโจทย์ที่ทีมงานต้องคิดต่อไปว่าจะเอายังไง กองหน้าที่มีอยู่ มี 5-6 คนที่เล่นได้ แต่ส่วนมากตัวเล็ก เร็ว เหมาะกับด้านข้างมากกว่าที่จะยืนค้ำแดนหน้าคนเดียว สต๊าฟทีมงานจะทำไงระหว่างเทรนคนที่เหลือให้เล่นกองหน้าระบบตัวเดียวที่บดขยี้แนวรับฝั่งตรงข้าม ดุดัน ตามทุกลูก ติดทุกจังหวะ หรือจะเลือกเสริมแนวรุกอีกสักคน ที่เป็นต่างชาติ ที่มาแล้วแกะกล่องพร้อมใช้ทันที เพื่อลุ้นเป็นหนึ่งในสองของรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก อันนี้ผมเดาใจยาก ฝากท่านๆทั้งหลายช่วยเดาแทนผมด้วยละกันครับ


          สถานการณ์ตอนนี้ หลังเกมคู่วันอาทิตย์ เราตกมาอยู่ที่สอง ตามหนองบัวพิญช เอฟซี แค่ลูกได้เสีย ส่วนคะแนนนั้นเท่ากันที่ 15 แต้ม ยังลุ้นกันอีกยาวๆ ดูจากรูปแบบการเล่นแล้วเรายังทำได้ดี หลังแน่นมาก เตะไป 7 นัด เสียไปแค่ 3 ประตู แต่เกมรุกก็ยังเป็นปัญหาอยู่เพราะยิงได้แค่ 9 ลูก ซึ่งยังต้องปรับและจูนกันต่อไป นัดหน้าเล่นในแม่กวงสเตเดี้ยม เจอเชียงราย เอฟซี ทีมบ๊วย ที่เล่นไป 7 นัด เสียไป 19 ประตู หวังว่าเราจะเดินหน้าได้เต็มสูบ แต่เราจะไม่ประมาท เสียเชียร์ในแม่กวง เป็นสิ่งสำคัญ เตะวันอาทิตย์ มากันเยอะๆ เอาให้ขวัญเชียงรายกระเจิง ยึดหัวตารางให้เหนียวแน่น แล้วลุ้นต่อกันยาวๆ เจอกันวันอาทิตย์ที่ 22  พฤษภาคม เวลาดี 18.00 น. เรียนเชิญทุกท่านครับ......สวัสดี


ปล.  มาช้าหน่อยเพราะเปิดเทอม แต่ยังไงก็ต้องมาเพราะผมลงทุนขับรถไปดู


อักษราพัฒน์

8

[size=10pt]เมื่อถึงเวลาแจ็คก็ยังคงฆ่ายักษ์ได้เช่นเดิม[/size]


โตโยต้า ลีกคัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย กลับมาอีกครั้ง ในปี 2016  ลำพูน วอริเออร์ กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง หลังจากการบริหารงานภายใต้สมาคมชุดเก่าที่จัดแข่งไปแบบทุลักทุเล เราออกไปแพ้ ตาก ซิตี้ 1 – 2 ภายหลังมีประกาศยกเลิกล้มกระดานทั้งระบบ กลับมาแข่งรอบคัดเลือกใหม่อีกครั้ง  เป็นลำพูน วอริเออร์ ที่บุกไปลูบคมเจ้าบ้าน เพชรบูรณ์ เอฟซี ถึงถิ่น 1 – 0  เข้ารอบ 64 ทีม จับฉลากเจอกับ นกใหญ่ ชัยนาท ฮอลบิล ทีมดังจอมโหดจากไทยลีก

 
นัดนี้เปิดบ้านจัดทัพเต็มอัตราศึก ปรับผู้เล่น 1 ตำแหน่งจากนัดเสมอ น่าน เอฟซี 1 ตำแหน่ง พัก เบอร์ 17 ภานุวัฒน์  ศรีเภา เป็นสำรอง ส่งกองหน้า เบอร์ 25 โมฮัมเหม็ด  โฟฟาน่า  ลงเล่นแทน ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ยังยึดตัวหลักเช่นเดิม ประตู เบอร์ 22 ชานนท์  ธิลา  หลัง 4 คน แบ็คซ้าย เบอร์ 2 ณัฐกฤต  อินเสาร์   แบ็คขวาเบอร์25  พงศกร  ตาคำ  เซ็นเตอร์ฮาพคู่เดิม  เบอร์ 3 สุวัฒน์   จันทร์บุญภา กับ  เบอร์ 15 เอ็มมานูเอล  แวนโก๊ะ  แดนกลางเบอร์ 37 ประภาส  รัตนดี   เบอร์21 เรอิ  อิชิกาว่า  และกัปตันทีมเบอร์8  ชยพล  อุดรพันธ์  แดนหน้า 3 คน เป็นเบอร์25  โมฮัมเหม็ด  เอ็มโฟฟาน่า ยืนหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย เบอร์10  ธิราวุฒิ  ธิวะโต  และเบอร์39 อภิชัย  กุออ  หวังฆ่านก(ยักษ์)ใหญ่ ให้ได้สักครั้ง


ส่วนชัยนาท ฮอลบิล ก็จัดทัพที่ดีที่สุดมาเยือน ด้วยสภาพทีมทีระส่ำระสาย แพ้รวดมา 4 นัด ทำให้อิสระ ศรีทะโน เครียดพอสมควร ในการจัดทัพ ประกอบกับผู้เล่นหลักๆเจ็บหลายคน ทั้งโชชิ  โมจิ  คาสึโต๊ะ  คูชิดะ จัดชุดที่ดีที่สุดหวังเก็บชัยชนะลดความกดดัน แนวรับ ชุดใหญ่ 3 คน นำโดย  โจ แต ควาน  ไพโรจน์  โสคำ  สมภพ  นิลวงค์  แดนกลาง  เรนัน  ดาซิลวา  พิชิต  ใจบุญ  แดนหน้าส่ง อเล็กซ์  สมเจตร  สัตตบุตร  จิตปัญญา  ทิสุต   


เกมการเล่นเป็นแบบสูสี ด้วยปัจจัยที่เอื้ออำนวยเรื่องของสนาม ดึงให้บอลของชัยนาทแทบไม่อันตรายไม่สามารถกดดันเราได้เลย เรียกว่าช่วง 30 นาทีแรก ชานนท์  แทบไม่ได้เจอลูกหนักใจเลยก็ว่าได้ มีแค่ไม่กี่ครั้งที่ได้หลุดไปเปิด แต่ก็ไม่แม่น โดยเฉพาะวิงแบ็คซ้ายอย่าง ชานนท์  สองด้วง  ที่ออกลูกเกเร เข้าบอลแต่ละทีมีแถม มีสอกตลอดเวลา ที่สำคัญคือ มาออกลูกศอกต่อหน้าต่อตากองทัพขุนศึกหริภุญชัย จึงต้องถูกตามล้างตามเช็ดตามระเบียบจนกดดันตนเองเล่นไม่เป็นธรรมชาติไปเสียอย่างนั้น


ประตูขึ้นนำของเราที่ได้จากจุดโทษนั้นมองมุมไหนเหลี่ยมไหนยังไงก็ต้องจุดโทษ  เพราะจังหวะเปิดเข้ามาเป็น อภิชัย  กุออ ที่ใช้ความเร็ว คล่อง ของเขา แทรกตัวเข้าไปในระหว่างคู่หลังของชัยนาท และอยู่ในเหลี่ยมที่ได้เปรียบที่จะวิ่งเข้าถึงบอลแน่นอน เป็น ไพโรจน์  โสคำ ที่ตัดสินใจเหนี่ยว อภิชัยไว้ ทำให้เปาเหนือต้องเป่านกหวีดยาวเป็นจุดโทษ เป็นกัปตันทีม ชยพล  อุดรพันธ์ รับหน้าที่ยิงไปตรงๆกลางประตู ส่งให้เราขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 13   1 – 0 


พอเสียประตูชัยนาทเร่งเกมทันที แต่หาโอกาสยากมาก ฟรีคิกของ จิตรปัญญา  ทิสุต ก็เบา ตรงตัวของ ชานนท์  ลูกยิงจากนอกกรอบ จิตรปัญญา  ทิสุด ก็ติดเซฟ ชานนท์ อีกครั้ง สมเจต ก็ๆได้โขก บอลเกือบจะเสียบมุมอยู่แล้ว แต่ชานนท์  ธิลา ยังยอดเยี่ยมพุ่งปัดเอาไว้ได้อีกครั้ง จบครึ่งแรกที่สกอร์ 1 – 0
ครึ่งหลัง เป็นชัยนาท ที่เร่งเกมเข้าหาได้น่ากลัวมาก แต่กลับไม่อันตรายเท่าที่ควร เป็น ลำพูน วอริเออร์  มากกว่าที่ได้ยิงแบบจะๆ จาก ธิราวุฒิ  ธิวะโต แต่บิดข้อเท้ามากไปบอลชนเสากระเด้องออกไปแบบน่าเสียดาย ครึ่งหลังเราแทบไม่ได้เห็นเซฟสวยๆจาก ชานนท์ เลย ส่วนมากเป็นการเน้นเก็บบอล อ่านจังหวะออกมาตัดบอลมากกว่า ซึ่งเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม


เป็นชัยนาทที่พอทำไม่ได้หลายจังหวะออกลูกเกเร นอกเกมใส่เราในหลายๆจังหวะ ซึ่งบางจังหวะเราก็ไปตามเกมเขามากไปหน่อย ซึ่งต้องลดภาวะอารมณ์ ควบคุมตนเองไว้ให้ได้ เพราะบอลเราได้เปรียบเรื่องสกอร์อยู่ มีจังหวะเดียวที่ สุวัฒน์ ไปแถมในจังหวะติดพันทำให้รับใบเหลืองไป 1 ใบ ที่เหลือเราทำได้ดีทีเดียว และเป็น ไพโรจน์  โสคำ ของชัยนาท ที่หลุดไปเล่นนอกเกมชักศอกใส่ ตัวสำรองของเรา อย่าง เอกชัย  พิษณุ โดนใบแดงโดยตรงไล่ออกไป

 
ท้ายเกมชั้ยนาท สาดยาวหวังเอาคืน เป็นเราที่โต้กลับหลุดไปที่ละสามสี่คน แต่จบไม่ได้ ไม่เนียน ไม่นิ่งเท่าที่ควร ทำให้ต้องกลับมากดดันอีกในหลายๆจังหวะ ซึ่งเมื่อโอกาสมาถึงเราต้องทำให้ได้ เอาให้เน้น ตีงูต้องตีให้ตาย อย่าไปตีเล่น หลังจากกดดันที่บุกแล้วทำไม่ได้ กลัวว่าจะโดนท้ายเกม


ผ่านการทดเวลาไป 4.30 นาที จักรตราวุธ  จุลมาศ จึงเป่านกหวีดยาวเป็นสัญญาณแห่งชัยชนะของราชันโคขาว ลำพูน วอริเออร์  พิชิตนกใหญ่ ชัยนาท ฮอลบิล ไป 1 – 0 เขียนตำนานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ บทที่ 1 สำเร็จ ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง กระโดดโลดเต้น ร้องรำทำเพลงของพี่น้อง สาวกโคขาวดังกระหึ่มสนาม


ครับต้องบอกว่าเหนือความคาดหมาย ก่อนแข่งผมคนหนึ่งละที่คาดว่าเราอาจประสบความยากลำบากในการเก็บชัยชนะกับทีมระดับไทยลีก เพราะเชื่อว่า ชัยนาท ไม่ทิ้งแน่ มาเต็มแน่ๆ เพราะเขากดดันหนักมาก มีเพื่อนๆ พี่ๆ หลายท่านถามทัศนะมาว่า คิดว่าผลเป็นไง ผมตอบเขาไปว่าเรายากจะชนะ แต่ถ้าเราแพ้เราจะแพ้แบบสูสี


ประตูขึ้นนำไม่ได้ทำให้ผมอุ่นใจกับชัยชนะ แต่ฟอร์มที่ชัยนาท แสดงออกมาในสนามทำให้ผมอุ่นใจมากกว่า พวกเขาเล่นได้ไม่เข้าขากันเลย ชัยนาทเป็นทีมที่เล่นหลัง 3 ตัว เมื่อจังหวะดันบุก วิงแบ็คขึ้นสุด แต่เวลาลงบางทีไม่สุดคือลงไม่ทัน เรามีข่องเจาะได้เยอะมาก ประกอบกับตัวตัดเกมที่ส่งลงมาผมว่าไม่เนียนเท่าที่ควร ทำได้ไม่ถึงระดับท็อป ยิ่งมาเจอสนามปราบเซียนอย่างแม่กวง ที่เต็มไปด้วยหลุม ทราย ต่อให้ทักษะดีแค่ไหน บลาซิลทักษะดีระดับ คูตินโญ่  เมสซี่  มาเจอแม่กวงละก็ เสร็จ แวนโก้ แน่นอน5555


จบเกมนี้ต้องชมสต๊าฟโค้ชและนักเตะที่ช่วยกันเล่นตามแผนที่วางไว้ แผงหลังทำได้ดีมากที่ไม่ผิดพลาดเลย แวนโก้ ยังแข็งแกร่ง ดุดัน แม้นจะไม่มีความเร็วแต่ทางบอลและความทุ่มเท ทดแทนได้แบบเกิน100 สุวัฒน์ ก็ปักหลักได้มั่นคงแข็งแกร่ง เยือกเย็นในจังหวะสกัดหนักแน่นในจังหวะเข้าบอล แต่อาจต้องปรับอารมณ์ลงนิด ควบคุมตัวเองให้ดี แบ็คซ้ายก็ทำได้ดีขึ้น มั่นคง ส่วนแบ็คขวานั้นสุดยอดมาตลอดอยู่แล้ว


ต้องชมสต๊าฟโค้ชที่กล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนทีม การถอยเอา ชยพล  อุดรพันธ์ ลงต่ำไปเล่นแดนกลาง แทนที่จะเล่นเป็นหน้าขวา ในระบบ 4-3-3 ทำให้ ชยพล เล่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น ได้บอลแล้วให้ง่ายๆ ไม่ต้องม้วนไปมาเหมือนเล่นหน้าขวา เมื่อเขาจับคู่กับเรอิ และประภาษ ผมว่านี่คือกลางที่น่าจะลงตัวกว่าหลายๆนัดที่ผ่านมา เหลืออีกนิดที่ต้องไปคิดต่อว่า ถึงเวลาเล่นเกมรุกใครจะขึ้นสูงเพื่อช่วยกองหน้า และแถวสองใครจะเก็บตกยิงสวนเข้าไป ซึ่งเป็นหน้าที่โค้ชที่ต้องไปทำการบ้านมาและผมเชื่อว่าโค้ชเราเก่ง มีประสบการณ์น่าจะแก้ไม่ยาก


การเติม โมฮัมเหม็ด โฟฟาน่า ลงไปก็ถือว่าใช้ได้ แม้นเขาจะไม่สามารถพักบอล พลิกบอลได้ แต่ความทุ่มเทในการวิ่งไล่ วิ่งปิดช่องทำได้ดีทีเดียว เรียกว่า ปิดเกมตั้งแต่แดนหน้า แนวรุกด้านข้างก็ทำได้ดีทั้งสองคน ทั้ง ธิราวุฒิ ที่ผมคุยกับหลายๆคนว่าเขาไม่เหมาะเป็นหน้าเป้าเดี่ยวๆ คือต้องมีคนค้ำ คนช่วยเขา ส่วนอภิชัยนั้น ทุ่มเทเต็ม 100 ยอดเยี่ยมเสมอ


ครับเป็นอีกเกม ที่ลำพูน วอริเออร์ มอบความสุขให้กับแฟนบอลก่อนวันสงกรานต์อีกครั้ง ต่อไปก็ลุ้นให้เจอทีมใหญ่ระดับไทยลีกต่อไป ซึ่งแน่นอนเราจะได้เล่นในบ้านไม่ว่าใครจะมาเยือน และแน่นอนเราจะได้เปรียบเรื่องสนามแน่นอน จะว่าไปสนามไม่ดีเป็นหลุมเป็นบ่อ มีทรายปะปน ประกอบด้วยหญ้าแห้งในบางทีก็ดีเหมือนกันยักษ์มันล้มง่ายดี แต่ถ้าให้ดีปรับปรุงให้จะดีกว่านะครับ ขี้เกียจเป็นขี้ปากชาวบ้านว่าชนะเพราะสนามไม่ดี อยากพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีฝีมือเหมือนกัน ไม่ใช่สนามอย่างเดียวที่เป็นตัวช่วยของเรา ไม่เชื่อใช่ไหม  ปรับปรุงสนามให้เราสิ แล้วเราจะพิสูจน์ให้เห็นว่าฝีเท้าเราดี ถ้าสนามดี มันจะดีกว่าที่เป็นอยู่  กล้าไหม องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน กล้าไหม ใจไหม ครับเจ้านาย



อักษราพัฒน์ 10 / 4 / 2559


ปล. ขอบคุณเสียงเชียร์อันกึกก้อง แล้วเราจะเขียนประวัติศาสตร์ร่วมกันอีกครั้ง

9

          ลำพูน วอริเออร์ กลับอาเล่นในบ้านอีกครั้งในเลกที่ 2 เปิดบ้านรับการมาเยือนของนักสู้เมืองมะขามหวานหวาน เพชรบูรณ์ เอฟซี ที่ปีนี้ฟอร์มดีเคยไต่ขึ้นไปยืนถึงอันดับที่ 5 ของตาราง ส่วนลำพูน ของเราก็ไม่น้อยหน้า เล่นในบ้านได้แข็งแกร่งสองนัดหลังชนะรวด ทั้งการชนะสิงห์บุรี ในบ้านมา 1 – 0 และนัดล้มยักษ์ แบ็งค์ค็อก แบบช็อคแฟนๆด้วยสกอร์ 2 – 1  แต่เปิดเลกสอง มีสะดุดออกไปเสมอสิงห์บุรี 0 – 0 เก็บ 1 แต้มกลับบ้านมาได้ นัดนี้จึงหมายมั่นปั้นมือคว้าสามแต้มให้ได้

           นัดนี้มีการปรับทัพพอสมควรเมื่อต้องเสียกำลังหลักไปสองคนกับการติดโทษแบนคือ พงศกร  ตาคำ ที่ติดโทษแบน 2 นัด  กับ รณพีร์  เชยคำดี ซึ่งติดโทษแบน 1 นัด  นัดนี้ผู้รักษาประตูยังเป็น ชานนท์  ธิลา  แบ็คซ้าย สหรัฐ  แก้วแสนใส  แบ็คขวาเป็นนักเตะดาวรุ่ง ศิโรม  กาศศรีนุช คู่เซ็นเตอร์เป็น  เอ็มมานูเอล  แวนโก๊ะ กับ  สุวัฒน์  จันทร์บุญภา  แดนกลางเป็น จอมเก๋า พิทักษ์  พิทักษ์โกศล จับคู่รับกับ สุรศักดิ์  คำพันธ์  ทางขวาเป็น ชยพล  อุดรพันธ์  ซ้าย ปรีชา  ซูซูกิ  หน้าคู่เป็นเด็กลำพูน คือ ธีรวุฒิ  วงค์ตัน กับ วชิระราช  กันยโรจน์ 

          สารภาพตามตรงช่วง 10 นาทีแรกผมมาดูไม่ทันเพราะว่าช้าไปนิดหนึ่งไม่ใช่อะไรครับ ผมเอารถไปจอดตรงลานว่างหน้าสนามกีฬาเพราะเห็นว่ามันว่างคงจอดได้ไม่เป็นไร พอจอดเท่านั้นละคุณหน้ามหาภัยเจื้ยแจ้วมาเลยครับ ขอเก็บค่าจอด 10 บาท ผมก็เลยคิดในใจว่าทุกทีไม่เห็นเก็บ ก็เลยตัดใจวนรถหาที่จอดใหม่ตรงข้างสนามพอดี ม่ใช่ขี้เหนียวครับแต่ว่าเล็กน้อยก็จะเอาคงไม่ไหวมั้งครับ

          พักเรื่องที่จอดรถ 10 บาทเป็นเบื้องหลังไป มาดูกันที่เกมส์กันดีกว่า พอขึ้นอัฒจรรย์มาไม่ทันไร ผู้รักษาประตูตัวอ้วนเพชรบูรณ์ มันก็เจ็บทันที แรกๆผมก็ว่ามันอาจเจ็บจริง หลังๆมามันเจ็บทุกครั้งที่บอลถึงมือมัน แม้นว่าไม่มีใครเข้าปะทะมันก็เจ็บของมันเอง แบบว่ากูจะเจ็บมึงจะทำไม โธ่ๆๆๆๆ  น้องครับ มึงนี่สแด่วแห้วจริงๆ อายุน้อย ฝีมือพอใช้ได้ แต่แหม่นิสัยแบบนี้สมควรท่องคำว่าสปิริตสักพันจบ พร้อมกับคัดลายมือ 500 จบมาส่ง พร้อมคำแปล จะได้ถ่องแท้เรื่องนี้บ้าง ฟุตบอลเป็นเกมส์กีฬาที่มีทั้งศาสตร์+ศิลป์ มีแท็คติกผมเข้าใจ แต่ที่น้องผู้รักษาประตูใช้ผมไม่เรียกว่าแท็คติก ผมเรียกมันว่า มารยาหาขวด อย่าเลยครับน้อง ลำพูนจุดเดือดต่ำซะด้วย อนาคตดี ทีมวัยรุ่น โชว์ออกมาหน่อยสปิริต บอลแบบเดิมๆม้วนๆนอนๆอย่าเลยครับ

          ส่วนเรื่องแท็คติคเกมส์นั้นจัดบอดครึ่งแรกของเราที่เห็นได้ชัดผมขอชี้ไปที่เรามีตัวรับที่ถอยต่ำพร้อมกัน 2 คน คือทั้ง สุรศักดิ์และพิทักษ์ ที่สองคนถอยต่ำเล่นเกมส์รับทั้งสองคน พิทักษ์เป็นตัวเปิดบอลจ่ายสั้นยาวซ้ายขวา ส่วนสุรศักดิ์นั้นมีลูกบ้า+ขยัน วิ่งไม่หมด ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าต้องการให้ สุรศักดิ์บี้แดนกลางแย่งบอลให้ได้แล้วต่อให้พิทักษ์เปิดเกมส์ แต่เมื่อลงไปแล้วสองคนกลายเป็นทับซ้อนกัน ไม่มีตัวเชื่อมระหว่างกลางถึงหน้า ขณะที่ปีกสองข้างนั้นก็ไม่ใช่ประเภทกระชากหายหรือมีความเร็วมากมายทั้ง ชยพล และ ปรีชา ที่พยายามถ่างออกข้าง พยายามดึงกองหลังออกไปแต่ไม่เป็นผล เพราะเพชรบูรณ์ไม่เปิดชองเลย เซ็นเตอร์ฮาฟ 3 คน ยืนตำ ขนาบด้วยวิงแบ็คสองข้างที่ลงมาช่วยปิดอีก ประกอบกับกลางของเราไม่สามารถเชื่อมเกมส์ได้ เพราะแนวรุก 4 ตัว ยืนสูง และนิ่งเกินไปไม่ขยับหาช่อง ไม่มีตัวที่ถอนลงมาเพื่อรับบอลจากแดนกลาง ทำให้ได้แค่ขวางบอลไปมา พื้นที่ ระดับ ครึ่งสนามไปถึง 40 หลาหน้าเขตโทษว่างมาก ไม่มีแนวรุกเราถอนมาเล่นบอล ขณะที่ 40 หลาลงไป แนงรับเพชรบูรณืตั้งสองชั้น หลัง 5 ตัว บวกกลางอีก 4 กลายเป็นรับ 9 ตัว ทิ้งหน้าแค่คนดียว บอลจึงทำได้แค่ขวางไปมา ล็อคไปล็อคมา จนดูขัดหูขัดตาน่ารำคาญซะงั้น

          ขณะที่ใจของนักเตะก็ไม่หึกเหิม ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ดูเหมือนทุกตำแหน่งดูเหงาซึมเซายังไงชอบกล ขาดความหึกเหิมกระเหี้ยนกระหือรือเล่นไปเล่นมากลายเป็นว่าพลาดกันคนละเล็กละน้อย จนเสียประตูไปซะอย่างงั้นทั้งที่ไม่มีอะไรเลย พอเสียประตูก็เหมือนใจลอยประมาณมวยมองหามุมพี่เลี้ยงว่าจะเอาไงดี พอเหม่อลอยเพชรบูรณ์ก็ได้ที่ลุยใส่เรา ดีที่รอดมาได้ถ้าโดนสองลูกเข้าไปคงหาทางกลับยาก

         ผมไม่แน่ชัดว่ามีการแก้เกมส์หรือใครพูดอะไรในห้องแต่งตัว แต่พอลงมาแล้วแก้โดยการถอดกลางรับออก 1 คน นั่นคือ สุรศักดิ์  คำพันธ์ ออก แล้วส่ง อภิชัย  กุออ มาลากเลื้อยทางขวา พร้อมกับถอดเอา วชิระราช ออก ส่ง อาเบล ลงมาแทน กลับมาเล่นแบบมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความแตกต่างเลยเกิดขึ้น มีโอกาสได้ต่อบอลสวยๆ มีโอกาสได้จบหลายครั้งแต่ไม่คมพอ จนได้ประตูจากจุดเริ่มต้นลูกตั้งเตะทั้งสองลูก ลูกแรกเป็นธีรวุฒิ ที่ซ้ำจ่อๆเข้าไป ส่วนลูกที่สองเป็นผลงานของ แวนโก๊ะ ที่โหม่งจ่อๆที่เสาสองเข้าไป ซึ่งที่มาก็ต้องชม อภิชัย ที่เก๋าเกมส์มากๆ บังทางเมื่อเห็นนักเตะเพชรบูรณ์วิ่งเข้ามาพอถึงตัวล้มทันทีจนเป็นที่มาของประตูนำชัย นี่คือความเก๋าบอกกับการใช้อาวุธหนักของเราคือลูกตั้งเตะซึ่งนำมาใช้โจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           แม้นจะเก็บชัยได้แต่ก็เหนื่อยมากพอตัว ความกดดัน ที่สร้างขึ้นมาเองนั่นแหละมันจะพาทีมให้อับจน ธรรมชาติแฟนบอลลำพูนคงเข้าใจอยู่ว่าไม่ชอบประเภทไม่วิ่ง ไม่สู้ พร้อมโห่ทุกเมื่อที่เล่นแบบเหยาะๆแหยะๆครึ่งๆกลาง ฟอร์มครึ่งแรกเป็นฟอร์มที่คนดูไม่สบายใจ ไม่ชอบใจแน่ แม้นแต่ผมก็เผลอด่า เผลอสบถไปหลายที เพราะการเล่นแบบนี้มันไม่ใช่ราชันโคขาวมันไม่ใช่ลำพูน วอริเออร์ ที่บดบี้ตั้งแต่นาทีแรก จนนาทีสุดท้าย สู้จนสุดฤทธิ์ ผมก็เข้าใจว่าทุกคนในสนามสู้แต่มันดูหงอยเหงาแบบแมวเซาชอบกลนัก ดูไม่หึกเหิมประม่าเอามากๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทีมงานที่ต้องปลุกใจให้ลุยตั้งแต่แรก แล้วเสียงเชียร์จะมา ความกดดันก็จะลดไปตามลำดับ ถ้าไม่แล้วเล่นแบบเหงาเซาเป็นแมวความกดดันก็จะตามมา เมื่อนั้นท่านก็หลีกเลี่ยงไม่ได้กับเสียงโห่ฮาที่จะตามมา

          พูดถึงประเด็นการโห่ฮานั้นในเกมส์ๆหนึ่งมันต้องเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยอะไร มันห้ามไม่ได้ห้ามยากมาก ขนาดบอลอาชีพระดับไทยลีก หรือของต่างประเทศมันก็มีกันไปทั่ว แน่นอนทีมเราก็คงหลีกหนีไม่พ้น ทุกคนเจอแน่นอน ในภาวะที่อะไรก็ไม่เป็นใจ ในภาวะที่ไม่สบอารมณ์ก็ต้องมีเสี่ยงโห่ฮามาเป็นระยะ แต่ถ้าเสียงโห่นั้นมันนำมาซึ่งจุดเริ่มต้นแห่งการตื่นขึ้นมาวิ่งไล่กัดไล่บี้ไม่ปล่อยแล้วนำมาซึ่งชัยชนะผมว่าคุ้มอยู่นะ ผมชอบใจประโยคของนักเตะท่านหนึ่งที่กล่าวว่า “ เขาดีใจที่ทำได้ ดีใจที่ทำเสียงโห่ในครึ่งแรกกลายเป็นเสียงเฮเมื่อจบเกมส์ “

          จงจำไว้ คิดไว้เสมอว่านี่คือบอลอาชีพ เราวิ่งอยู่ในสนามท่ามกลางแฟนบอลเหยียดสองพันคน เล่นดีเขาเชียรื เล่นไม่ดีเขาโห่ ตามจังหวะตามเกมส์ จบเกมส์แล้วจบกัน ผมเชื่อว่ากองเชียร์เขาก็จะกลับมาเชียร์ตามเดิม จงพิสูจน์คุณค่าของคุณด้วยผลงาน  การอยู่ในที่แจ้งคนเห็นเยอะย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรับทั้งส่วนดีและไม่ดี วันนี้เรารับไม่ค้อนก้อนดิน คำสบถคำเหยียดหยาม สักวันเราก็จะได้รับดอกไม้คำชมได้เช่นกัน  ทำใจยอมรับยอมรับมันให้ได้ ก้าวผ่านมันไปด้วยความเข้มแข็ง ด้วยใจที่กร้าวแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นนักเตะที่มาจากจังหวัดไหนแหละครับผมเชื่อว่าพี่น้องคนลำพูนพร้อมเชียร์

           จบเกมส์ก็จบกันไป ไม่มีใครตามด่าตามไล่ล่าให้จมดินหรอกครับ แค่อย่าขุดให้เป็นประเด็นดราม่าเลย ไม่งั้นยาวแน่ๆ มันต่อความยาวสาวความยืดไม่หมดสักที การจะก้าวไปเป็นยอดนักเตะนอกจากฝีเท้าแล้ว หัวใจก็เป็นสิ่งสำคัญ สวมใยเหล็กให้หัวใจแล้วก้าวต่อไปเชื่อแน่ว่าความสำเร็จจะมาถึงคุณแน่นอน...สวัสดี


อักษราพัฒน์ 13 / 7 / 58


10

          ราชันโคขาว ลำพูน วอริเออร์ ยกพลออกนอกบ้านทำศึกหนัก กับช้างศึกมังราย เชีบงราย ซิตี้ ซึ่งเจ้าบ้านฟอร์มแรงมาก 2 นัดล่าสุดไล่ถล่มทั้งสิงห์บุรี กับ นครสวรรค์ไปทีมละ 5 เม็ด ส่วนทีมเยือนราชันโคขาว ฟอร์มยังลุ่มๆดอนๆ 3 นัดหลังสุด ชนะ เสม แพ้ อย่างละนัด โดยเฉพาะนัดที่ผ่านมาพลิกแพ้พะเยาไปแบบเฉื่อยชาในบ้าน

          เกมส์นี้ทางสต๊าฟเน้นเต็มที่ เพื่อหวังมีแต้มกลับบ้าน 11 ผู้เล่นตัวจริงยังคงตัวหลักจากนัดที่แล้ว มีการปรับแค่ 2 ตำแหน่งโดยใช้ ณัฐวัฒน์  วงศ์ศรี เล่นกลางแทน ชยพล  อุดรพันธ์ ด้านซ้ายเป็น อภิชัย  กุออ หน้าเป้าวางใจ อาบูบาก้า  กามาร่า ที่ฟิตกลับมาสมบูรณ์เต็มที่แล้ว ส่วนเจ้าบ้าน ขาดตัวหลักไป 1 คนนั่นคือ อนุสรณ์  เขียวชอุ่ม แต่ก็ยังมีตัวทีเด็ดนำทีม นำโดย เบอร์ 21 วัชรากร  ไกลถิ่น และเพลเมกเกอร์เบอร์ 9 ชยานนท์  คำแก่น และกัปตันทีมธนันชัย  บุญศรี

           เกมส์นี้เล่นกันท่ามกลางหมอกควันที่หนามากบวกกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก เริ่มเกมส์เป็นเราที่เริ่มตั้งเกมโจมตีเร็วและเกือยบขึ้นนำจากจังหวะแรกที่ อภิชัย  กุออ โขกบอลไปชนเสาเต็มๆเด้งออกมาก่อนกองหลังจะเคลียร์ออกไป ช่วง 10 นาทีแรกดูเหมือนเชียงรายจะหยั่งเชิงเราก่อนปล่อยให้เราโจมตีได้ แต่พอผ่าน 10 นาทีไปแล้วดูเมือนเชียงรายจะตัวใหญ่ขยับสูงขึ้นที่สำคัญนักเตะรู้ใจกันมากขยับช่องหากันได้อย่างลงตัว และก็มาเสียประตูให้เชียงราย ซึ่งต้องชมว่าเป็นประตูที่งดงามด้วยความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นหมายเลข 9 ชญานนท์  คำแก่น ที่พาบอลแหวกแดนกลาง 3 คนแล้วยิงหักข้อบอลเข้าเสาสองไปแบบหมดสิทธิ์ป้องกัน ส่งเชียงรายขึ้นนำ 1 – 0

          หลังจากนั้นก็ดูเหมือนเชียงรายจะคุมได้หมดทั้งบอลชิ่ง บอลเร็ว บอลจากด้านข้างประเคณใส่เราแบบเจียนอยู่เจียนไป ตบท้ายด้วยลูกชิฟคลาสสิคของ ชญานนท์   ที่บอลไปโดนคานเต็มๆอีกลูก  แต่เราก็ต้านทานด้วยดีพอท้ายเกมส์เชียงรายผ่อนเกมส์เราจึงกดดันได้อีกครั้งและประตูก็มาทันที จากปรีชา  ซูซูกิ ที่ซัดบอลตรงกรอบ 18 หลา บอลเบียดเสาเข้าไปแบบสะใจกองเชียร์ลำพูน วอริเออร์ที่ตามไปเชียร์ถึงขอบสนาม

           ครึ่งหลังเราได้เห็นการแก้เกมส์ของกุนซือทั้งสองฝั่งที่ห่ำหั่นกันถึงพริกถึงขิง ซึ่งกลับมาครึ่งหลังเราทำได้ดีกว่านิดหย่อย กับการปิดเพลเมกเก้อ หมายเลข 9 ชยญานนท์ ไม่ให้เล่นบอลง่าย ซึ่งต้องใช้การรุมกินโต๊ะซึ่งเราทำได้ดี ทำให้ ชญานนท์ไม่ได้เล่นบอลตามจังหวะถนัดของเขา เราจึงสามารถขยับเกมส์กดดันได้ แต่ด้วยมาตรฐานแนวรุกของเราที่เถอะถะเหลือเกินทำให้โอกาสในการยิงถูกจำกัดลงบุกขึ้นไปแล้วไม่ได้จบกดดันเชียงรายมากนัก เป็นเชียงรายที่ตั้งมั่นแข็งแกร่งคอยหาจังหวะโต้กลับและก็ได้ประตูจากลูกครอสจาริมเส้นฝั่งขวา บอลเลยมาถึงเสาร์สองที่มี ณัฐวัฒน์  วงค์ประเสริฐ ซัดเต็มข้อเข้าไปแบบง่ายๆ

           พอเสียประตูเราก็ต้องเติมเกมส์รุกเข้าไป ทั้งอีซา  ดาร์แม ที่แทนสุวัฒน์ แพร้อมถอยเอา พงศกร  ตาคำ ไปเล่นแบ็คขวา แทน ซึ่งก็เริ่มขยับเกมส์ทำได้ดีขึ้น แต่จังหวะยิงนั้นหายากมากเพราะบอลไปตายแดนหน้าตลอด จนมาเกิดจังหวะปัญหาขึ้น เมื่อ บอลโต้กลับของเชียงราย เมื่อ วิคค์เตอร์  วาโวเวียร์ ได้บอลแล้วหลุดไปเป็นกองหลังกับประตูที่ไม่รู้กัน โดน วิคค์เตอร์เบียดมาด้านหลัง ถึงบอลแล้วยิงเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ให้เป็นประตู นำมาซึ่งเสียงห่จากฝั่งเจ้าบ้านอย่างหนัก ซึ่งประเด็นนี้หลายท่านอาจยังงงๆว่าทำไมไม่ได้ประตู หลายท่านเข้าใจว่าผู้ตัดสินเป่าหยุดเกมเพราะนักเตะเชียงรายนอนเจ็บอยู่ พลางบอกว่าเราโชคดีที่ไม่เสียประตู

           ผมขออนุญาตอธิบายจังหวะตรงั้นว่ามุมมองของกรรมการนั้นมองว่าผู้เล่นหมายเลข 11 วิคค์เตอร์  วาโวเวียร์ ไปทำฟาวส์กองหลังของเรา ถ้าท่านมองตามดีๆจะเห็นว่าจังหวะ วิคค์เตอร์ควบไปนั้นมีกองหลังเราวิ่งบังทาง พร้อมกับผู้รักษาประตูของเราวิ่งมาจะเล่นบอล แต่อยู่ๆก็ชะงักกันไปซึ่งเป็นไปได้ว่าเกิดการผลักกันด้านหลังของวิคค์เตอร์ ผู้ตัดสินจึงเป่าเป็นลูกฟาวส์ไปก่อนแล้ว ประกอบกับจังหวะนั้นไฟในสนามดับพอดีเรื่องเลยไม่บานปลาย ( ถ้าเป็นแม่กวงสเตเดี้ยมนี้ไม่อยากคิดเลยว่าจะออกมาแบบไหน ยิ่งไฟดับด้วยนี่ยิ่งน่าคิด.....) ถ้าดูเกมส์ต่อมาหลังจากที่ไฟติด จะเห็นว่าผู้ตัดสินตั้งบอลให้เราเตะขึ้นมา ซึ่งแสดงว่าผู้ตัดสินให้เราได้ฟาวส์ เพราะถ้าเป่าหยุดเกมส์เพราะเจ็บจะต้องมีการดร็อปบอล ประเด็นนี้จึงเคลียร์ไป

          หลังกลับมาเล่นเราก็เติมกองหน้าอีกคนโดยใช้ หมายเลข 20 สันติศักดิ์  ทัดเที่ยงลงไปแทน อภิชัย ซึ่งทำได้ดีทีเดียวอาศัยความเร็ววิ่งแซงแนวรับไปจิ้มบอลแต่ประตูยังป้องกันได้ดี ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเป็นเราที่ครองเกมส์ได้ดีกว่าแต่ปิดไม่ลง จึงต้องก้มหน้ารับความพ่ายแพ้ไป ตามระเบียบ

            ครับ ผ่านไป 6 นัดเรามี 8 แต้ม แบ่งเป็นผลงาน ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 2 ได้ 5 เสีย 5 ประตู+0 จะเห็นว่า 5 นัดผ่านไปงานหนักของโค้ชยังมีอีกมากจริงๆ ข้อเสียของการรวมทีมกันได้ไม่นานและแกนหลักที่เล่นด้วยกันใหม่หมดทั้งทีม ทำให้ระบบความสัมพันธ์ในทีมขาดหายไป ซึ่งต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และอดทนมากๆ ตรงข้ามกับเชียงราย ที่โค้ชตุ๊ นิรุตน์  ศรีทอง ใช้เวลาอยู่กับทีมนี้มา 3 ปีกว่า สร้างระบบความสัมพันธ์ในทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อระบบได้เด็กเข้าใจในแนวทางการเล่น ก็เติมนักเตะใหม่เข้ามาตามตำแหน่งที่ต้องการนี่คือระบบการเตรียมทีมบอลลีกที่ต้องการความต่อเนื่องในการทำทีม ผมได้แต่ฝันว่าเมื่อไหร่เราจะได้เห็นการเตรียมทีมระยะยาวไม่ใช่3-4 เดือน แต่ในระยะยาวมันหมายถึง 3 ปีขึ้นไป ซึ่งเราไม่มีในจุดนี้มันจึงเป็นการยากมากที่ระบบทีมจะดีเล่นกันแบบเข้าขารู้ใจ
ไม่ใช่ว่าทีมนี้เล่นไม่ดีเล่นได้ดีถ้ามีความกล้า...ซึ่งต้องย้ำว่าเล่นได้ดีถ้ามีความกล้า....ความกล้าจะเป็นแรงผลักดันให้ทีมก้าวไปด้วยใจหึกเหิม เมื่อไหร่ก็ตามความกล้าเปลี่ยนเป็นเกร็ง ความไม่เป็นธรรมชาติจะเกิดขึ้นพาลเล่นไม่ออกแบบเฉื่อยๆ แข้งขาไม่มีแรงเหมือนนัดพ่ายพะเยาคาบ้าน นั่นคือภาพของอาการเกร็ง แบกรับความคาดหวัง ความกดันไม่ไหว เล่นไม่ออกเฉื่อยชากันไปเสียอย่างนั้น

           เป็นการบ้านทีมงานโคชที่ต้องปลุกเราความกล้า กล้าเล่น กล้าไป กล้าลุยไปข้างหน้า อย่าได้กล้าๆกลัวๆ กล้าในที่นี้ต้องรวมกันทั้งสต๊าฟโค้ช ที่ต้องกล้าในการวางแท็คติกเข้าสู้ จัดตัวตามตำแหน่ง สั่งนักเตะสู้ตายถวายหัวอย่ากลัว ซึ่งมันต้องเริ่มจากแท็คติกของโค้ชก่อนว่ากล้าแลก กล้าสู้ไหม เมื่อแทคติกกล้าสู้ เปิดหน้าใส่กันผมว่านักเตะถวายหัว กองเชียร์ถวายใจ ถ้าแบบครึ่งๆกลางๆเกร็งดูไปง่วงไปเหมือนนัดพ่ายพะเยา อันนี้ก็ลำบากหน่อย.....นัดหน้าไม่ต้องการอะไรมากสู้ไหม กล้าไหม ลุยไหม แค่นั้นครับ ขอเล่นแบบ 10 นาทีสุดท้ายที่เชียงราย ผมก็พอใจแล้ว...สวัสดีครับ


อักษราพัฒน์ 22 / 3 / 58


เพิ่มเติมระเบียบการแข่งขัน กรณีไฟฟ้าดับดังนี้
3.11 ไฟฟูาส่องสนามดับระหว่างการแข่งขันแล้วแข่งต่อได้ ต้องระวางโทษ ดังนี้
ก. ไฟฟ้าดับแล้วแข่งต่อได้ (ภายใน 30 นาที)
ครั้งที1 ปรับ 10,000  บาท
ครั้งที2 ปรับ 20,000 บาท และห้ามแข่งขันหลัง 15.00 น
ข. ไฟฟูาดับแล้วแข่งต่อได้ (ภายใน 60 นาที)
ครั้งที1  ปรับ 15,000.- บาท
ครั้งที2 ปรับ 30,000.- บาท และห้ามแข่งขันหลัง 15.30 น.
3.12 ไฟฟูาส่องสนามดับระหว่างการแข่งขันแล้วแข่งต่อไม่ได้ตามข้อ 3.8 ต้องระวางโทษ ดังนี้
ก. ครั้งที่ 1 ปรับทีมเป็นแพ้ และปรับ 30,000.- บาท
ข. ครั้งที่ 2 ปรับทีมเป็นแพ้ และปรับ 60,000.- บาท และห้ามแข่งขันกลางคืน

หมายเหตุ : กรณีเชียงรายเข้าเกณฑ์ ข้อที่ 11.1 ก. ต้องโดนปรับ 10,000 บาทครับ

11

แมทอัปยศแห่งวงการฟุตบอลไทย
         
              “Some people think football is a matter of life and death. I assure you, it's much more serious than that.”
                                    บางคนกล่าวว่าฟุตบอลเป็นเรื่องของความเป็น-ความตาย   ผมบอกคุณได้เลยว่ามันสำคัญยิ่งกว่านั้น   
         
           วาทะกรรมของปรมาจารย์   "บิลล์ แขงค์ลีย์" ก้องในโสตประสาทผมอีกครั้ง  มันเป็นบทพิสูจน์อีกครั้งว่านี่คือเกมส์กีฬาที่มีอะไรมากกว่าผลแพ้ชนะ มีอะไรมากกว่าความเป็นความตาย มีอะไรมากกว่าความรักและศักดิ์ศรี  เป็นเกมส์กีฬาแห่งลูกผูชาย ที่เล่นกันด้วยสปิริต เล่นกันด้วยความซื่อตรง สู้กันในสนาม 11 คนเท่ากัน ผู้ตัดสินเป็นผู้ควบคุมอำนวยความยุติธรร มในสนาม เปรียบได้ว่า เป็น ท้าวมหาพรหมมาลีวราชผู้ทรงความยุติธรรม กรรมผู้ตัดสินต้องเป็นผู้มีความเป็นกลาง คือ "ต้องข่มคนผิด ต้องตำหนิหรือประณามคนผิด แล้วต้องยกเชิดชูคนถูก ต้องเข้าข้างคนถูก" แต่เกมส์เมื่อวาน 28 / 2 / 58 มันไม่ใช่

             ผมไม่สามารถสรรหาคำได้มาอธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในสนามแม่กวงสเตเดี้ยมเมื่อวานได้ว่าเพราะอะไร ทำไมจึงเป็นเช่นนี้ ผมไม่รู้ว่าทีมงานท่านท้าวมหาพรหมมาลีวราชผู้ทรงความยุติธรรม ที่มาตัดสินเกมส์นี้ก่อนข้ามดอยขุนตาลมาท่านแวะพักอีกฝากของดอยขุนตาลหรือเปล่า หรือไม่ท่านก็อาจแวะซื้อนกหวีดตรงเซ็นทรัล พร้อมกับกล่องสมนาคุณใบใหญ่ที่อาจทำให้ท่านสบายไปอีกหลายสัปดาห์ถึงแม้นว่าหลังจบเกมส์นี้ท่านจะถูกห้ามลงตัดสินซัก 3-5 นัด แต่ท่านก็ไม่เดือดร้อนเพราะได้สมนาคุณมากพอที่จะหลับตดๆๆๆอยู่ที่บ้าน

              ก่อนเกมส์มีข่าวว่าเกมส์นี้มีแน่ 1 ใบแดง 1 จุดโทษที่พร้อมนกหวีดลั่นอยู่เสมอสำหรับทีมทีได้รับการดูแลเป็นพิเศษโทษฐานให้ความร่วมมือกับสมาคมในการจัดอบรมต่างๆโดยดูแลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด ผลประโยชน์ต่างตอบแทนมันต้องเกิดขึ้นตามลัทธินิยมระบบอุปถัมภ์แบบไทยๆ โดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างว่าจะเกิดอะไรขึ้น ท่านมาครบเลยทุกอย่างตามข่าวที่คาดการณ์

              ตลอดทั้งเกมส์ท่านเป่าแบบมีธงในใจ มุ่งเตือนแต่ฝั่งเสื้อขาว กามาร่า โดนเตะ คนฟาวส์คือกามาร่า แถมอีกดอกกับคำเตือนจากกรรมการประมาณว่า มึงอย่าบ่นมึงเล่นไป โถๆๆๆๆ จังหวะ อานนท์   เพชรวัตร โหม่งเข้าอีก ทีมงานคุณก็ยกธงซะงั้นทั้งๆที่ชัดเจนว่าวิ่งมาจากแนวหลัง ใครมองก็เห็น ใครดูก็รู้ว่ามันจะล้ำยังไงได้ โอเคจังหวะตีเสมออาจจะดูก้ำกึ่งว่าอยู่ไลน์หรือเหลื่อมออกไป แตจังหวะนั้นไลน์แมนริมเส้นตัวเรียกขวดน้ำคุณยกธงว่าล้ำหน้าไม่ใช่หรือ แล้วคุณก็เอาลงเพียงเพราะคุณเห็นว่า พิเชษฐ์ ที่ยืนหัวโด่อยู่ไม่ได้เล่นบอล แต่ผมอยากบอกให้คุณกลับไปดูเทปเถอะครับว่าเล่นไม่เล่นตัดสินกันอย่างไร ถ้าคุณกลับไปดูเทปจะเห็นปฏิกิริยาของผู้เล่นลำปางที่ขยับจะไปเล่นบอลแล้ว แล้วที่รีเพลดูขยับไปได้ 2-3 ก้าวแล้วเห็นว่าบอลห่างตัว แล้วมีภาคภูมิสอดขึ้นมา เลยปล่อยให้ ภาคภูมิเล่น แบบนี้จะบอกว่าไม่มีส่วนกับเกมส์หรือ ถ้าพิเชษฐ์ วิ่งขึ้นมาเลย ไม่ขยับตามบอลเลยนั่นเรียกว่าแฟร์ แต่จังหวะนี้ผมว่าไม่แฟร์ คนไม่มีส่วนร่วมกับเกมส์ขยับจะไปเล่นบอล....นี่คือข้อแก้ตัวที่สุจริตหรือ ลองคิดดู แล้วที่ท่านยกธงแล้วเอาลงท่านโลเล หรือจงใจ หรือใครสั่งมา กฎกติกาข้อไหนที่บอกว่าคนล้ำหน้าแต่ขยับเข้าหาบอล ...คือคนที่ไม่เล่นบอล อันนี้ท่านต้องตอบ ผมนี่เสียดายยศว่าที่ร้อยโท...จริงๆ

              ....ผมไม่ชอบความรุณแรงในสนาม ผมไม่ชอบการขว้างปา แต่ท่านลองพิจารณาดูว่า 2 ปีแล้วที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ มันเกิดอะไรขึ้น ปีที่แล้ว เชิดชัย  ณ.ลำปาง เปลี่ยนนามสกุลก่อนลงตัดสินเป็น ณ.เชียงใหม่ เพื่อลดแรงเสียดทาน ป๊าดโธ่ท่านโง่จริงหรือว่าแกล้งโง่กันนี่

              ....ปีนี้มาพร้อมกับข่าวว่าจะมี 1 ใบแดง กับ 1 จุดโทษ แล้วก็มาจริง แถมยิงเข้าบอกล้ำหน้าอีก ทั้งที่สอดมาจากแถวสอง  แถมอีกดอกด้วยว่า คนขยับไปเล่นบอลไม่ล้ำหน้าเพราะไม่ใช่คนยิงประตู ทั้งที่กิริยาแสดงออกชัดเจนว่าวิ่งตามบอล นี่คือวิจารณญาณอันต่ำทรามของผู้ตัดสิน
   
           ....สองปีติดแล้วที่ถูกกระทำ ใครจะโลกสวยก็ช่างผมไม่ใช่ประเภทนั้น โดนลงโทษนั้นโดนแน่ทั้งสโมสร ทั้งแฟนบอล ...โทษหนักอาจถึงขั้นห้ามเล่นในบ้าน 1 นัด หรืออาจเป็นเล่นในบ้านโดยไม่มีคนดู มาตรฐานทั่วไปคือปรับ และคงปรับอานด้วย เพราะฝ่ายจัดเขาเน้นเรื่องนี้อยู่แล้ว ในเมื่อจ่ายเงินสนับสนุนไปให้ทุกทีมแล้วก็เรียกคืนเป็นค่าปรับละกัน ตามกฎข้อที่ 12.2 สําหรับเงินค่าปรับต่างๆ ที่กําหนดในระเบียบการแข่งขัน ให้สโมสรสมาชิกนําส่งคณะกรรมการภายหลังจากการตัดสินของคณะกรรมการ และได้รับแจ้ง ภายใน 3 วันก่อนวันแข่งขัน หากไม่นําส่งจะถูกหักจากเงินอุดหนุนประจําปี หึหึท่านยังไม่ทันให้ก็จะหักละหรือครับ ฝ่ายจัดการแข่งขันผู้ยิ่งใหญ่

   แล้วต้องทำไงละกรณี้นี้ ผมขอถือโอกาสยื่นเสนอต้อท่านกรรมการบริหารสโมสร ผู้เกี่ยวข้องไว้เลยดังนี้

            1.   ยื่นประท้วงต่อฝ่ายจัดการแข่งขัน แม้นว่าจะต้องแลกด้วงเงิน 20,000 ที่ต้องวางประกันก็ต้องยอม แนบเอกสารหลักฐาน ความไม่ชอบมาพากลที่เกิดขึ้นในสนาม ทั้งภาพนิ่ง เทปบันทึกภาพ ทุกอย่างที่มีในมือ การยื่นประท้วงมิอาจเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ก็จริง แต่เราต้องดำเนินการกับ ผู้ตัดสินชุดนี้ เพื่อให้พวกมันรับผิดชอบกับสิ่งที่กระทำลงไป สอบคุณธรรมจริยธรรมของผู้ตัดสินโดยด่วน ถ่าทานมีเจตนาไมบริสุทธิ์จริงเรียกร้องให้ปลดออกจากตำแหน่งผู้ตัดสินของสมาคมโดยทันที  หรือไม่ก็พักงานไปเลยทั้งฤดูกาล

            2.   ยื่นตรวจสอบฝ่ายประเมินผู้ตัดสิน ผู้ควบคุมการแข่งขัน ว่าท่านมาทำอะไร ท่านเขียนรายงานว่าอย่างไร ท่านประเมินผู้ตัดสินของท่านในระดับไหน ถ้าหากท่านให้ผ่านแสดงว่าท่านร่วมมือกับคนเหล่านั้นที่จะเอื้อประโยชน์ให้ทีมเยือนหรือล็อคผลการแข่งขันเอาไว้ ควรพักงานให้หมด ไม่ต้องได้ทำหน้าที่เพราะนี่คือมะเร็งชนิดหนึ่งที่เกาะกินวงการฟุตบอลบ้านเรา

            3.   ส่วนของแฟนบอลเราควรแสดงความรับผิดชอบที่มีร่วมกัน ที่ได้กระทำการณ์อันผิดกฎลงไป เราจะเชิดหน้ารับโทษและเฝ้ามองไปที่ตัวจุดชนวนให้เกิดความรุนแรงว่าจะได้รับโทษอย่างไร ผมขอเสนอแฟนบอลทุกท่านรับผิดชอบร่วมกัน ภายใต้โครงการ “ รวมพลังรวมใจ จ่ายค่าปรับร่วมกัน “ เอาให้เป็นข่าวสนั่นวงการไปเลยว่า แฟนบอลลำพูน พร้อมรับผิดชอบกับการกระทำ แล้วฝ่ายจัดการแข่งขันและสมาคมละนักเลงพอจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ท่านกระทำไหม


           …ส่วนฝั่งโน้นจะว่าไง ทับถมกันแบบไหนนั่นก็เรื่องของเขาอย่าไปใส่ใจ ศรัตรูของเรา ณ.ตอนนี้คือผู้ตัดสินชุดอัปยศที่ลงทำหน้าที่ทั้ง 4 คน เป้าหมายเราชัดเจน แฟนบอลลำปาง นักฟุตบอลไม่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องไปสนใจ อาจมีเสียงเห่าหอนให้รำคานบ้างก็ปล่อยมันผ่านไป เราขว้างจริง เราด่ากรรมการจริง แต่เราไม่มีปัญหากับกลุ่มแฟนบอลลำปางที่ตามมาเชียร์...ทุกคนเกมส์จบกลับบ้านกัน....ก็จบกันไป ผู้ตัดสินชุดนี้ต่างหากที่ต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด แล้วเราจะรอดูกันต่อไปว่าจะมีอะไรเกิดขึ้น เราพร้อมที่จะรับผลที่จะเกิดขึ้น แต่เราจะไม่ยอมแน่ถ้าผลที่เกิดขึ้นมันมาจากความอยุติธรรม หรือเห็นแก่ประโยชน์พวกพ้อง โดยละเลยถึงเหตุที่ได้กระทำ ....เดินหน้าต่อไปอย่าจบ ต่อสู้ต่อไปทุกช่องทาง ....เอาความจริงมาตีแผ่ให้ได้ ถ้าไม่ทำก็จบกัน ฝังลำพูน วอริเออรืไว้ที่แม่กวงเสียเถิด อย่าได้เดินต่อเลย.....สวัสดี



อักษราพัฒน์ 1 / 3 / 58
   

12
ผมนี่นึกว่าป่าช้า หวังว่าจะมาบ่อยๆนา 55555+

13

[size=10pt]โคขาวขวิดอินทรีย์ขุนเขาระทึก 2 - 1[/size]

          …ลำพูน วอริเออร์  โฉมใหม่ ภายใต้การนำทัพของโค้ชมาร์ค สรศักดิ์  แรตสอน ที่เข้มาคุมทีมพร้อมปรับขุนโคขาวเพื่อหวังกลับมาสร้างปรากฎการณ์อีกครั้ง  เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อินทรีแห่งขุนเขา พะเยาเอฟซี ทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมากเช่นกัน หลังจากที่โค้ชปอน สฤษดิ์  วุฒิช่วย ออกจากทีมไปหลังพลาดหวังโควตา แชมเปี้ยนส์ลีก ทั้งที่ลงทุนไปมากพอสมควร โดยหนนี้คุมทีมโดยโค้ชมากประสบการนริศ  สุทธิกลัด

          ...11 คนแรกของลำพูน วอริเออร์ประกอบด้วยผู้รักษาประตู เบอร์ 1 ชานนท์  ธิลา  แนวรับ 4 คน เริ่มทางขวาเป็นเบอร์23 พงศกร  ตาคำ แบ็คซ้ายเบอร์ 13 สหรัฐแก้วแสนใส เซ็นเตอร์ฮาฟคูเป็น เบอร์31 รณพีร์  เชยคำดี จับคู่กับ เบอร์ เอ็มมานูเอล  แวงโก๊ะ  แดนกลางวาง เบอร์8 ชยพล  อุดรพันธ์ ร่วมกับเบอร์26 สุรศักดิ์  คำพันธ์ โดยให้ อีซา  ดาแม ขึ้นเกมส์ทางซ้าย ส่วนทางขวาเป็น ปรีชา  ซูซูกิ  หน้าคู่เป็น กามาร่า  อาบูบาก้า กับ อานนท์  เพชรวัตร หวังผ่านเข้ารอบให้ได้

          ...รูปเกมส์ก็เป็นไปตามที่ผมคาดไว้ว่าเราต้องกดดันเร็ว โดยเพรสซิ่งเร็วทั้งทีมเพื่อกดดันให้พะเยารวน หวังประตูเร็วเพื่อลดความกดดันที่จะตามมาเมื่อเกมส์อึดอัดเจาะไม่ได้ 20 นาทีแรกเราจึงเห็นการเข้าบอลที่เร็วและกดดันใส่ทีมเยือน ซึ่งดูกระปี้กระเป่าดีมาก แต่ก็หาโอกาสในการจบสกอร์ยากเช่นกัน ซึ่งต้องชมพะเยาที่มานิ่งดีมาก ด้วยประสบการณ์ของโค้ชและนักเตะที่สามารถเบรกเกมส์ของเราได้ ป้องกันอย่างใจเย็นคอยหาช่องในการโต้กลับได้เป็นอย่างดี

           ....จะว่าไปเกมส์ค่อนข้างสูสีกันมากตลอดทั้งเกมส์ทั้งสองทีมก็พยายามหาช่องหาโอกาสทำประตูกันตลอด เพียงแต่ว่านี่คือเกมส์แรกอย่างเป็นทางการที่ค่อนข้างตะกุกตะกักในเกมส์รุกทั้งสองทีม สมกับภาษิตฟุตบอลว่าไว้ว่า “ เกมส์แรกมากยากเสมอ “ เห็นได้ชัดเจนเลยว่ายังต้องจูนกันทั้งสองทีมอีกเยอะ

          ....หลายท่านถามว่าทำไมไม่เล่นแบบเกมส์ที่อ่นเครื่องเจอกับ ปตท.ระยอง ก็ตอบได้ไม่ยากว่าอุ่นเครื่องกับแข่งจริงนั้นนะคนละโลกกันเลย อุ่นเครื่องสภาพนักเตะ ความกดดัน ความคาดหวังแทบไม่มี แข่งจริงซิครับ มาหมดทั้งความกดดัน ความคาดหวัง อารมณ์ร่วม ความมุ่งมั่น ยิ่งบอลเดี๋ยวนี้ไม่มีถล่มกันง่ายๆแล้ว ทันกันทุกทีม ภาพเลยออกมาอย่างที่เห็นว่าเรายังจูนทีมไม่ลงตัว

          ...ความไม่ลงตัวในวันนี้เรายังมีโอกาสปรับก่อนจะไปเยือน นครสวรรค์ เอฟซี ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ที่จะถึงนี้ ที่ชัดเจนจุดแรกที่อยากให้ปรับคือมิติในเกมส์รุก ที่เราอาจต้องเสริมความหลากหลายในเกมส์รุกให้มากขึ้น เกมส์กับพะเยาในครึ่งแรกเราชัดเจนเกินไปในมิติเดียว นั่นคือการฝากบอลไปที่กามาร่า เพื่อครองบอลแล้วป้ายต่อหรือเปิดทางชงให้เพื่อ

          .....ทีนี้ปัญหาก็คือเมื่อเรายัดบอลไปที่กามาร่าได้ก็จริง กามาร่าก็พักบอลได้ แต่ชอรตต่อไปที่กามาร่าจะเล่นนั้นมักมีกองหลังอีกคนมาซ้อนมาแซะ บวกกับกลางรับพะเยาที่ลงมาช่วงอีกแรก เราจึงเห็นภาพที่บอลถูกยัดไปที่กามาร่า เขาก็พักบอลไว้พอจะป้ายต่อก็โดนแซะ เสียบอลไป เราจึงแทบจะไม่เห็นจังหวะปิดสกอร์สวยๆเลย ซึ่งในบางโอกาสเกมส์รุกเราอาจต้องเปลี่ยนจังหวะเป็นการครอสบอลจากด้านข้างเสียบ้างเพื่อถ่างแนวรับออกให้ได้ โดยอาจใช้กามาร่าหลอกเพื่อดึงกองหลังออกมาและหาตัวสอดเข้าไปที่เสาสอง ซึ่งผมมองไปที่ปรีชา ซูซูกิ ที่ค่อนข้างมีความคล่องตัวมาก ถ้าเราปรับให้หลากหลายอีกนิดอาจคลิกวิ่งฉิวก็ได้

           ....ครึ่งหลังเราก็ยังมาแบบเดิมแต่ลดบอลยาวลงไปจากครึ่งแรก เป็นบอลที่เล่นเท้าต่อเท้าโยนยาวบ้างในบางโอกาส ซึ่งก็ทำได้ดีขึ้น แต่เราก็มาพลาดเสียระตูไปก่อนเมื่อ ศราวุฒิ  วงศ์ไชย ได้โอกาสซัดจากบริเวณกรอบหัวกะโหลกบอลไปแฉลบสุรศักดิ์ นิดหนึ่งลอยเข้าประตูไป ซึ่งก็ต้องให้เครดิตการยิงของศราวุฒิ ที่ฉวยโอกาสได้ดีและที่สำคัญเขาไม่ดีใจมากหรืออกอาการมากจนเว่อร์เหมือนบางคนที่กลับมาเยือนถิ่นเก่าแล้วยังแสดงกิริยาชี้หน้าท้าต่อยอยู่เลย จะว่าแนวรับพลาดก็ไม่ใช่ แต่นี่คือผลเสียของการเล่นแบบคุมโซน ไม่ใช่วันแมนมาร์ค(ปรกบตัวต่อตัว) คือยืนคุมแนวรับเข้าไว้ ใครใกล้สุดคนนั้นเขา ซึ่งข้อเสียคืออาจเกิดการเกี่ยงกันได้ถ้าไม่เข้าใจกันจริงๆลูกเสียประตูแนวรับเราอยู่ 4-5 คน แต่ยืนห่างจากศราวุฒิ พอสมควรเมื่อปราดเข้ามาบล็อกจึงดูเหมือนช้าไปหนึ่งจังหวะ ซึ่งถ้าจะคุมโซนต้องสื่อสารกันให้ดี ต้องใช้เสียงมากหน่อย

          ...ส่วนสองประตูของเราที่ได้มาก็มาจากเซ็ตพีท ถือเป็นเรื่องดีที่เรามีนักเตะตัวใหญ่ๆหลายคนแล้วกดดันด้วยลูกโด่งได้จนมาได้ประตูนี่คือการรักษาจุดเด่น ในเกมส์ที่ตื้อตันเซ็ตพีท ตั้งเตะสำคัญมากที่จะทลายแนวรับของทีมที่ยืนแน่นเต็มกรอบเขตโทษได้ แต่จุดที่ต้องนึกถึงต่อไปคือจะเซ็ตแนวรุกอย่างไงให้สามารถเจาะเกมส์รับทีมอื่นได้ด้วยลูกเล่นที่หลายหลาก การครอสบอลจากด้านข้าง หรือตัดเส้นหลังแล้วหักกลับมา ณ.ที่จุดนัดพบ ซึ่งโค้ชจะต้องไปปรับไปจูนกันให้หลากหลายมากกว่าเดิม เพื่อสู้ศึกหนักที่จะรออยู่ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

          ....จบเกมส์ถ้าถามว่าพอใจไหมก็ตอบว่าพอใจที่ชนะผ่านเข้ารอบไปได้ แต่ถามว่าดีไหมกับฟอร์มที่ออกมาก็ต้องตอบว่า พอใช้ยังไม่ถึงกับดี ยังต้องปรับอีกเยอะ โค้ชมาร์คยังมีโจทย์ใหญ่ที่แนวรุกว่าจะเทรนอย่างไร ให้กามาร่า เล่นบอลจังหวะต่อไปได้ และคู่ขาของกามาร่า ควรเป็นใคร ซึ่งถ้าดูแนวการเล่น เจ้าป๊อป ธีรวุฒิ  วงศ์ตัน น่าจะฮอตสุดๆในบรรดากองหน้าด้วยกัน 4-5 คน สังเกตจากการอุ่นเครื่องหลังๆมา ซัดประตูมาตลอดทั้งเกมส์ไปเยือนแพร่ และล่าสุดเจอ ปตท.ระยองก็ซัดแบบสุดงามเข้าประตูไป และประตูแรกอย่างเป็นทางการของฤดูกาลปี 2015 เขาก็เริ่มนับหนึ่งตั้งแต่ปีแรก หรือนี่อาจเป็นปีทองของเขาก็ได้ จะว่าไปแล้วก็ต้องชมธีรวุฒิ ที่ถีบตนเองจากนักเตะที่บางหย่องแหย่งมาวันนี้ ฤดูกาลที่ 5 ดูหนามีกล้ามเนื่อที่แกร่งขึ้นอย่างชัดเจน ผมว่านี่คือแบบอย่างของเด็กลำพูน ที่ก้มหน้าก้มตาเล่นบอลไปด้วยใจรักและมุ่งมั่นทุ่มเทใช้ฝีเท้าพิสูจน์คุณค่าตนเองมากกว่าให้ใครมากล่าวถึงเพื่อโฆษณาตนเอง ผมคนหนึ่งละที่ยอมรับว่าเคยวิจารณ์เข้าไว้มากเหมือนกัน ถึงวันนี้ผมว่าเขาพิสูจน์แล้วว่าเขสมีค่าพอกับลำพูน

           ...ส่วนแนวนโยบายบริหารนั้นผมไม่ขอก้าวล่วงวิจารณ์ มิใช่ว่าพวกเดียวหรือมีผลประโยชน์เงินทองอะไรหรอกครับ แต่ผมมองสิ่งที่เป็นจริงมากกว่า มองกันตามข้อมูลมากกว่าว่าทำไม เพราะอะไร ทุกอย่างมีเหตุผลของมันอยู่ในตัว ไม่ว่าจะเรื่องค่าบัตรที่เพิ่มขึ้นมาอีก 10 บาท จาก 50 บาท เป็น 60 บาท ซึ่งถ้าไม่คิดมากเล่นในบ้าน 13 นัดก็จ่ายเพิ่ม 130 บาท ซึ่งถ้าใครซื้อเมมเบอร์ก็ตกนัดละ 76.92 บาท/นัด ซึ่งก็แล้วแต่มุมมองของท่านว่ามากหรือน้อย แต่ผมมองว่าการดูฟุตบอลคือความสุข ถ้าเราจะมาหาความสุขจากการดูบอล ผมว่าเราไม่ควรมองหาความทุกข์ก่อนนะครับ ส่วนว่าทำไมถึงขึ้นอันนี้ท่านประธานสโมสรก็ได้ตอบไปแล้วว่า เงินสนับสนุนจากสมาคมนั่นอาจจะไม่มีแล้วก็ได้

          ...... เฮ้อสมาคมบอลประเทศไทยก็งี้แหละครับอยากจ่ายก็จ่ายไม่อยากจ่ายก็ไม่จ่าย ห่วยแตกกว่าสมาคมชนโคอีก ไม่งั้นพวกมันไม่เปิดเพลงชาติฮอนดูรัส ผิดหรอกครับ จัดมา 5 ปีมั่วแบบใดก็แบบนั้น กรรมการแต่ละคนที่จัดมาก็ฝีมือบัดซบมากเป่าทุกจังหวะที่ถูกตัวกันนับๆรวมเป่าตัดเกมส์ 90 นาทีนี่เป็นร้อยครั้ง ห่วยทั้งในและนอกสนาม ผู้ตัดสินที่สี่ก็เปลี่ยนตัวผิดอยู่นั่นแหละซ้ำซาก เอาเป็นว่ามาตรฐานห่วยบรมครับ

          ....เอาเป็นว่ามาหาความสุขกับฟุตบอลครับ ถ้าลำบากมากเกินไปก็ตามอัธยาศัยครับ เกาะรั้ว ถ่ายทอดสดเป็นตัวเลือกต่อไป แต่ใจผมนั้นอยากให้มายืนเคียงข้างกันมากกว่าครับ ยืนด้วยกัน เชียร์ด้วยกัน หยอกล้อกัน ด่ากรรมการพร้อมกันมันมีความสุขนะครับ คุ้มกับ 60 บาทแน่นอน ไม่เชื่อลองมายืนด้วยกันครับ รวมใจให้เป็นหนึ่งอีกครั้งครับ ศึกใหญ่กำลังจะกลับมา เดินหน้าต่อไปกับพี่น้องเมืองหริภุญชัย สู้เคียงข้างกันไปกับ ลำพูน วอร์ริเออร์


อักษราพัฒน์ 9/2/58

14
           ……ลำพูน วอริเออร์ เปิดบ้านรับการมาเยือนของกระทิงป่าห้วยขาแข่ง ลำพูน วอริเออร์ ที่นัดนี้เจ้าบ้านหวังคว้าสามแต้มให้ได้หลังจากสองนัดที่ผ่านมามีเพียงแต้มเดียวจากการเปิดบ้านเสมอ อุตรดิตถ์ เอฟซี และออกไปแพ้แก่เเชียงราย เอฟซี ทำให้นัดนี้จะเป็นอื่นมืได้นอกจากสามแต้มเต็มเพื่อซื้อใจแฟนบอล นัดนี้โค้ชบี้ เฉลิมขวัญ จัดเกมส์รุกเต็มสูบ แดนหลังได้ โจซิม่ากลับมายืนเซ็นเตอร์ฮาฟ คู่กับ รณพีร์  เชยคำดี นักเตะใหม่ของเรา แบ็คขวานพรัตน์  อินทรา แบ็คซ้ายเป็น คิมยองจุน แดนกลางให้ ณับพล  เจริญพร จับคู่กับ สุทธิพงค์  ธนานันท์ ปีกขวาเป็น อิซ่า  ดาร์แม ซ้าย เควิน  เอ็มพอนซ่า หน้าคู่เป็น อซูม่า  โคฟี่ กับ  ศิริศักดิ์  พลพันธ์งาม ขณะที่กระทิงป่าห้วยขาแข้ง ปัญหาในทีมมากเหลือเกิน จัดทัพแบบจำกัดจำเขี่ย นำโดย เจ้าต้น”  สหรัฐ แก้วแสงใส กองกลางดาวรุ่งวัย 20 ปี เคยเป็นแข้งเยาวชนของ บีอีซี-เทโรศาสน ณัฐพล สมปาลี และมาโนช  แสงจันทร์สวย หวังแบ่งแต้มกลับบ้านให้ได้

              รายละเอียดของเกมส์ผมขอไม่บรรยายละกันครับ เพราะทุกท่านคงได้ทัศนาผ่านสายตากันไปแล้วทั้งไปชมในสนามและผ่านเวปไซต์ของเรา หรือผ่านทาง SMMTV ที่เดินทางมาถ่ายทอดสดให้เห็นทุกแง่ทุกมุม ไม่ให้ค้างคาใจกันไปเลย ซึ่งผมคงต้องใช้คำว่า “ ช่วงเวลาฮันนีมูนของโค้ชบี้หมดไปแล้ว “
              ทำไมผมถึงใช้คำนี้หรือครับ ที่ผมใช้คำนี้เพราะดูเหมือนว่าทีมเรากำลังจมดิ่งไปกับความไม่ชัดเจนของระบบทีมลงไปทุกวัน เกมส์ที่เคยเหนี่ยวแน่นหายไป เกมส์โต้กลับที่เคยใช้เล่นงานทีมน้อยใหญ่ช่วงปลายซีวั่นหายไป ที่สำคัญเกมส์บุกที่หวังจะรุกเพื่อยิงประตูนั้นแทบหาไม่เจอ อะไรเกิดขึ้นกับลำพูน วอริเออร์ อะไรเกิดขึ้นกับโค้ชบี้ของเรา และอะไรเกิดขึ้นกับนักเตะทุกคน

              ทำไมเกมส์ช่วงปลายเลกแรกมันมุดหายไป เราดูเฉื่อยชากันไปหมด เล่นเหมือนอยากให้มันจบเร็วๆ  นักเตะดูวิ่งสะเปะสะปะไม่มีแบบแผน ได้บอลมาไม่รู้ทำอะไร ยึกๆยักๆ แล้วจ่ายต่อไปแบบไม่มีเป้าหมาย การตัดสินใจของโค้ชก็ดูเหมือนผิดๆถูกเหมือนลองดูก่อนแล้วค่อยแก้ทีหลัง คลายๆกับลังเลไม่แน่ใจ หรือนี่เป็นสัญญาณบอกอะไรบางอย่างว่า ในทีมขาดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ผมไม่กล้าคิดขนาดนั้น  แต่พอเห็นสามนัดในการเปิดเลกสองแล้วพลางสบถในใจเป็นสัตว์เลื้อยคลานในใจว่า....จริงๆ นี่มันทีมเดียวกับปลายเลกหรือเปล่าหวะ..

             โอเคครับ การขาดหายไปของสุวัฒน์  จันทร์บุญภา ที่จับคู่กับ โจซิม่าได้อย่างเหนียวแน่น นั่นคือรูโหว่เบ้อเริ่มที่ทำให้ต้องตามแก้ แต่มันก็มีเวลาพอที่จะแก้ไข แต่อย่างว่าครับ คนที่มาแทนอย่างรณพีย์  เชยคำดีก็ยังไม่ฟิตเท่าที่ควร ส่วนภาคิน  หล้าเมือง ก็ยังอ่อนด้อยประสบการณ์นักกับการรับมือกับกองหน้าระดับดี 2 ซึ่งผมก็ได้แต่หวังว่า รณพีร์ จะทำได้ดีกับการเรียกความฟิตของตนเอง เพราะที่เห็นเล่นเกือบ 70 นาที ถือว่าเขาทางบอลดีและเข้าบอลแม่นระดับหนึ่งเลยทีเดียว
   
           เกมส์วันนี้เรากลายเป็นทีมดาดๆที่ไม่มีทีเด็ดอะไรเลย ไร้เสน่ห์ดึงดูดใจ ปีกสองข้างเงียบฉี่ หรือเพราะโคไม่มีปีก จึงบินเท่าไหร่ก็ไม่ขึ้น เควิน  เอ็มพอนว่า ดูก๊องแก๊งค์ยังไงไม่รู้ ยึกๆยักๆแล้วก็ไม่ผ่าน  3 นัดที่เห็นผมให้คะแนนเขาแค่ 4 คะแนนถือว่าไม่ผ่าน ส่วน อิซ่า  ดาร์แม ดูจะมีลูกเปิดที่อันตรายแต่บอลดันไม่ค่อยขึ้นทางเขาอีก สรุปคือเกมส์รุกเรา ยึกๆยักๆ ผ่านบอลไปมาแทบไม่มีจังหวะได้ง้างสับไกยิงเลย ผมเหลือบไปดูสถิติที่ SMMTV โขว์ขึ้นมาเมื่อผ่านไป 70 นาที มีแค่ 3 ครั้ง พลางอุทานว่าพระเจ้ายอชจ์ มันจอจจ์มาก พลางถอนหายใจผ่านปากและจมูกพร้อมกันว่าห่วยบรม

              นี่อาจจะเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของโค้ชบี้แล้วละครับ ช่วงเวลาแห่งการเผชิญหน้ากับช่วงเวลาอันแสนเลวร้ายมาถึงแล้ว และนี่จะเป็นบทพิสูจน์ของโค้ชว่าจะผ่านมันไปได้ไหม 2 นัดในบ้านจาก 6 แต้มได้มา 2 ยังรักษาสถิติไม่แพ้ใครในบ้านไว้ได้ แต่ด้วยรูปเกมส์ที่ไม่เข้าท่า ไม่สบอารมณ์แฟนบอล จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้กับเสียงก่นด่าที่ตามมา แน่นอนการทำทีมต้องหวังผลระยะยาว แต่เช่นเดียวกันครับแฟนบอลก็ต้องจับต้องรูปแบบการทำทีมที่เป็นรูปธรรมด้วย และที่สำคัญแฟนบอลบ้านเรามีประเภทกึ่งสำเร็จรูปเยอะซะด้วยและที่สำคัญความอดทนต่ำระเบิดออกได้ทุกเวลานับจากวันนี้ เพราะหลังผ่านนัดนี้ไปมันเริ่มเดือดเริ่มปะทุแล้ว  ซึ่งผมก็หวังว่าทีมจะหาจุดเปลี่ยนกลับมาโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

             คงต้องเรียกเคลียร์ใจกันแป็นรายคน จากนั้นรวมใจกันเป็นทีม จะทำอย่างไรให้ทุกคนเข้าใจซึ้งใจกับคำว่าทีม ไม่มีเด็กใคร ไม่มีคนโปรดของใคร มีแต่คำว่าลำพูน วอริเออร์ มีแต่คำว่าเพื่อแฟนบอล ผมว่านี่คือโจทย์หลักของทีม ทีมที่ดูเหมือนไร้ใจ ขาดจิตวิญญาณ ขาดความเกรี้ยวกราดในการเล่น ไม่มีลูกฮึดใดใดเลย ผมอยากเห็นทีมที่เดินหน้ากดดันไปเรื่อยๆ ได้ลูกหนึ่งไม่พอเดินหน้ากดดันเอาลูกสองสามตามมา ไม่ว่าคุณจะชิ่งเร็วหรืออกข้างแล้วครอสเข้ามา วิธีไหนก็ได้ สำคัญที่ต้องบุกกดดันให้ได้ ไม่ใช่ยึกๆยักแล้วแปะกลับคืน จะลากไปก็ไม่สุดเส้น จ่ายคืนก็ไม่ดี ดูแล้วอึดอัดครับ รับไม่ได้กับรูปแบบและวิธีการเล่นแบบนี้ ขอเถอะครับรวมใจกันทำเพื่อทีม ท่องไว้ไม่มีใครมีแต่ทีม ทีมที่ชื่อลำพูน วอริเออร์

              ครับผมอาจบ่นมากไปหรือบางทีผมอาจตั้งความหวังมากไปในเลกสองนี้ ผมเชื่อบริสุทธิ์ใจว่าทุกท่านทำเต็มที่ แต่ผมว่ามันยังไม่พอ ท่านต้องแสดงออกมาให้มากกว่าที่เป็น ลำพูน วอริเออร์ อาจมีแฟนบอลกึ่งสำเร็จรูปมากไปหน่อย อาจจะใจร้ายบ้างในบางครั้ง บ่นด่าบ้างในบางหน แต่ผมเชื่อว่าบางทีเขาแสดงออกเพราะรักในทีม ขอท่านทั้งหลายอย่าได้ท้อใจ อย่าได้ท้อถอย รวมใจพวกท่านไว้ ร้อยใจท่านให้เป็นทีม แล้วทีมนี้จะมีพลัง ทีมนี้จะมีจิตวิผญญาณ ทีมนี้จะมีความดุดันเกรี้ยวกราด มีคาแร็กเตอร์ของผู้ชนะ แล้วจะประสบความสำเร็จ ถ้าไม่แล้วคงต้องแยกทางเดินซึ่งมันจะเป็นเรื่องหน้าเศร้าที่ต้องก้าวจากกันไปโดยไม่ได้แสดงความเป็นทีมออกมา...สวัสดีครับ



อักษราพัฒน์  13 / 7 / 57







   

15

          ราชันโคขาว ลำพูน วอริเออร์เปิดเลกสองต้อนรับการมาเยือนของ ดาบหัพพิฆาต อุตรดิตถ์ เอฟซี นัดนี้จ้าบ้านขนนักเตะใหม่ลงสนามพร้อมเพรียงกันทั้งผู้รักษาประตู พีรเดช  ประทุมทิพย์  ที่มาแทนเจ้าบาส ณัฐวัฒน์  เสนาะ ที่ยังไปชุมพร แผงหลัง 4 คนจากซ้ายไปขวา จัดคิม ยอง จุน ทางซ้าย  แบ็คขวาเป็น นพรัตน์  อินทรา เซ็นเตอร์ฮาฟเป็นการจับคู่กันของโจซิมา กับ สุทธิพงศ์  ทนานันท์ ที่ต้องถอยมาเล่นแทนเจ้าหมู สุวัฒน์  จันทร์บุญภา ที่ย้ายไปอยู่กับสุโขทัย เอฟซี  แดนกลาง มิดฟิวส์ตัวกลางเป็น ณัฐพล  เจริญพร  จับคู่กับ  สหรัฐ  กัณยโรจน์  ปีกซ้าย  เควิน   เอ็มพอนซ่า  ปีกขวาเป็น  พงศกร  ตาคำ แดนหน้าจับคู่กันระหว่าง  เจ้าป๊อบ ธีรวุฒิ  วงศ์ตัน กับ กองหน้าคนใหม่ อซูม่า  โคฟี่  หวังล้างแค้นเต็มอัตราศึก

          ขณะที่ทีมเยือนนำโดยประตูอดีตนักเตะเรา  อัครพล ไชยคิรินทร์ และนักเตะที่คว้าตัวมาเสริมจากหลายๆที่ด้วยกันรวมถึงทีมพันธมิตรจากเชียงราย ยูไนเต็ท ที่ส่งเด็กดาวรุ่งมาลงสนามช่วยทีมอีกหลายคน หวังย้ำแต้นให้ได้
ผมขอข้ามไม่พูดถึงรายละเอียดเกมส์ที่เราทำได้ดีกว่าชัดเจน ลำเลียงบอลเข้ากดดันได้มากกว่า มีโอกาสมากกว่าในการเข้าทำ กดดันจนทีมคู่แข่งไม่สามารถเล่นได้ตามเกมส์ของตนเอง ในแง่ของแท็คติกต้องบอกว่าไม่มีอะไรผิดผลาด แต่ในแง่ของประสิทธิภาพยังเท่ากับศูนย์ เรากดดันได้ ทำเกมส์ดี แต่ในฟุตบอลที่วัดกันที่ประตูแล้วผมว่าเราสอบตกในเกมส์มี้

          โอกาสทองฝังเพชรหลายต่อหลายครังที่มีมาทั้งในครึ่งแรกและครึ่งหลัง ถ้าเราไม่แป็กเองก็ยิงไปตรงประตูให้ผู้รักษาประตูเขาเซฟเอง ถ้าเบี่ยงซ้ายเบี่ยงขวาเล็กน้อยยังไงก็เป็นประตู แต่ไม่ใช่ทีมเราและถ้าโทดโชคชะตาแล้วต้องบอกว่ามันไม่ใช่วันของเราจริงๆ
 
          ในด้านแท็คติกการเล่นผมว่าเราพัฒนาขึ้นในแง่ของรูปแบบการเข้าทำที่เริ่มเห็นการต่อบอลแทงทะลุตรงกลางออกปีกซ้ายขวาครอสเข้ามาหลายลูกทำได้ดี เช่นลูกที่ โคฟี่ หนีไปรับบอลทางซ้ายปาดมาห็ ธีรวุฒิ เข้าฮอต ลูกนั้นถ้าโดนหนาอีกนิดเป็นประตูแน่นอนพอบางไปนิดเดียวบอลเลยไหลถากเสาออกไป ตามรูปแบบทำได้ดี แต่ประสิทธิภาพยังไม่ถึง ต้องชมรูปแบบการเข้าทำ แต่ก็ต้องเน้นจังหวะเข้าฮอตด้วย

             สิ่งที่ผมเห็นแล้วห่วงมากคือแดนหลัง แบ็คสองข้างแน่นอนมากทั้งนพรัตน์ และ คิม ส่วนคู่เซ็นเตอร์ อาจต้องติวเข้มอีกนิดเพราะทั้งโจซิม่า และสุทธิพงศ์ จับคู่กันใหม่ การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญผมพยายามสังเกตุการสื่อสารของทั้งสองคนแล้วแทบไม่มีการให้จังหวะหรือคุยกันเลย อันนี้อาจต้องพยายามจูนอีกนิดส่วนอีกจุดที่ห่วงคือ สุทธิพงศ์ ที่เล่นกลางแล้วถอยลงมานั้นอาจไม่ใช่ตำแหน่งที่ถนัดของเขา เด็กคนนี้ผมมองตั้งแต่ปีแรกว่าเขาน่าจะทะลุขึ้นมาเป็นกลางรับที่ครบเครื่องทั้งลูกบู๊และลูกยิงไกล เพราะเขาคือคนที่ทำประตูที่ 2 ในเกมส์บอลลีกอย่างเป็นทางการของเราเมื่อ 4 ปีก่อน แต่เล่นไปเล่นมากลายเป็นกลางดีเดือดอารมณ์ร้อนไป ซึ่งถ้าถอยมาเล่นปราการหลังตัวกลางสิ่งที่ต้องมีคือความละเอียดเยือกเย็นในการเข้าบอล ตัดบอล ซึ่งหวังว่าเขาจะปรับตัวได้แล้วอยู่เป็นตัวหลักให้เราได้ ถ้าเขาควบคุมอารมณ์ดีๆผมว่าเขาน่าจะทำได้ดี

          อีกจุดที่น่ากลัวคือแดนกลาง ตัวรับธรรมชาติเราแทบไม่เหลือ ระยะยาวการจับคู่กันของกกัปตันท้อ กับ เจ้าฟาร์ม ผมว่ายาวๆคงไม่ไหว ดูแล้วช่องว่างเยอะมาก พอเจ้าท้อขึ้นสูง แล้วโดนสวนกลับลงไม่ทันกลางเราโล่งมากเกินไป หลายจะหวะที่อุตรดิตถ์ตัดบอลได้แล้วสวนกลับมาทะลุถึงกรอบเขตโทษ แต่ดีที่จังหวะเข้าทำเขาทำไม่ได้ ผมกลัวว่าวันหนึ่งเจ้าท้อลงไม่ได้ แล้วตัวกลางที่พอเห็นเล่นอยู่ทั้งพาโบล อาจจะไม่พอ เพราะ วีรชน  แซ่ลี ย้ายออกไปแล้ว เราอาจจำเป็นต้องหากลางรับมาไว้สักคน เพื่อผลัดกันเล่นกับเจ้าท้อ หรือไม่ก็ยืนคู่กันไปเลย แล้วเราจะมีอ๊อฟชั่นเสริมคือดันเจ้าฟาร์มไปข้างหน้าหรืออกไปเจาะด้านข้างไปเลยน่าจะเหมาะกว่าให้ไปยืนปักหลักในแดนกลางที่ต้องใช้สภาพร่างกายที่แข็งแกร่งซึ่งเจ้าฟาร์มไม่มีในจุดนี้

          แต่ถ้ามองภาพรวมในเกมส์เมื่อวานเราทำได้ดีขึ้นในการเซ็ตเกมส์รุก ผมเคยเขียนไปแล้วว่าเกมส์รับเราเริ่มเข้าที่ ขั้นต่อไปโค้ชบี้ต้องเซ็ตเกมส์รุกละว่าจะเจาะยังไง เมื่อเล่นในบ้านที่ต้องบุกเพื่อเอาสามแต้มให้ได้ ซึ่งเกมส์ที่อุครดิตถ์ มาเยือนถือว่าเริ่มมีพัฒนาการในเกมส์รุกที่ดี แต่ปัญหาคือจังหวะโป้งปิดบัญชี ทีนี้โจทย์ต่อไปคือเทรนกองหน้ายังไงให้เก่งแบบเหลือเชื่อ ไม่ต้องโป้งปิดบัญชีหรอกครับเพราะแถบบ้านเราหายาก ขอแค่โป้งหนึ่งขู่ โป้งสองจอดผมก็พอใจละแบบโป้งหนึ่งเตือน โป้งสองขู่ โป้งสามแป๊กแบบนี้ไม่ไหวครับ จาก 3 แต้มเต็มๆ เหลือ 1 แต้ม ผมว่ามันน่าเสียดาย กองหน้าเราพอมีแววดังหลายคน น่าจะทำได้นะครับผมคิดว่าอย่างนั้น

           สู้ต่อไปครับ จังหวะฟุตบอลไม่เข้าใครออกใครจริงๆ บางวันยิงเป็นยี่สอบสามสิบครั้งไม่ได้ บางวันยิงแค่ครั้งสองครั้งดันเข้าชนะไปซะอย่างนั้น ถือว่าจังหวะดวงตกเราผ่านไปแล้ว จังหวะยิงแป๊กยิงออก ยิงตรงตัวผ่านไปแล้ว ไม่สามารถหันกลับไปแก้ไขใหม่ได้แล้ว คงมีแต่วันนี้ เวลานี้เท่านั้น ผมยังเอาใจช่วยทุกคนอยู่ครับหวังว่าวันหนึ่งเราจะได้เห็นเกมส์รุกที่ทรงประสิทธิภาพ ผลิตประตูได้เป็นกอบเป็นกำ ซึ่งผมเชื่อว่าแฟนบอลทุกคนก็คาดหวังเช่นนั้น ระหว่างเกมส์อาจมีโห่บ้างผิดหวังบ้างก็เป็นธรรมดาของอารมณ์ครับ ทุกคนเอาใจช่วยทีมแน่นอน ผมซาบซึ้งในข้อความของตำนานแห่งแอนฟิวส์ท่านหนึ่งนั่นก็คือ คิง เคนนี่ เคนนี่  ดัลกริช ที่ได้ทวิตข้อความถึงสาวกลิเวอร์พูล กรณีของหลุยส์  ซัวเรสว่า “ คุณต้องไม่หันหลังให้ใคร เพราะเขาทำบางสิ่งผิดพลาดไป “ แน่นอนครับ นักเตะทุกคนในทีมอาจผิดพลาดแต่เราไม่หันหลังให้พวกคุณแน่นอน แต่มีข้อแม้ว่าคุณต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานครับ แล้วเราจะเดินไปด้วยกันอย่างทรงพลัง....สวัสดีครับ


อักษราพัฒน์  29 / 6 / 57


ปล. เรื่องผู้ตัดสินผมขอไม่วิจารณ์ เพราะเห็นๆกันว่าทำหน้าทำหน้าที่ได้ห่วยแตก ผมว่าเขาไม่ได้เข้าข้างอุตรดิตถ์แต่ไม่ทันเกมส์มากกว่า งดคอมเมนท์ครับเพราะเผอิญชื่อมันเหมือนผมครับ ให้อภัย ผ่าน

หน้า: [1] 2 3 ... 17