กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10
11
จะมีคนจำรหัสได้สักกี่คนกันหวะ


55555555555+ แฟนพันธุ์แท้ไง
12
่เข้ามาอ่านก็เห็นภาพ ทั้งในสนามและบนอัฒจรรย์
13
จะมีคนจำรหัสได้สักกี่คนกันหวะ
14
รอคนมาคอมเม้นท์ อิอิ
15


          ราชันโคขาว ลำพูน วอริเออร์ เปิดบ้านต้อนรับผีตาโขนออกศึก เลย ซิตี้ ทีมอีสานผลัดถิ่นที่ได้โอกาสมาเล่นโซนเหนือแบบงงๆ ผลงานอยู่ระดับกลางตาราง ส่วนเจ้าบ้านนัดนี้หมายมั่นปั้นมือที่จะคว้าสามแต้มให้ได้ เพราะสองทีมนำ อย่าง หนองบัว พิชญเอฟซี กับ พะเยา เอฟซี เจอกันเองและผลออกที่เสมอไป 1 – 1 จึงเป็นโอกาสดีที่เราจะทำแต้มแซงพะเยาอีกครั้ง พร้อมกับทำแต้มทาบจ่าฝูงให้ได้ แต่สภาพทีมดูไม่เป็นใจ จิมมี่  โซล่า ไม่ฟิต จึงปรับแผนมาใช้ อาเหม็ด   โฟฟาน่า ยืนหน้าเป้าแทน ขนาบข้างด้วย ภานุวัฒน์  ศรีเภา และ สุรศักดิ์  เย็นใจ แดนกลาง ประภาส  รัตนดี คุมเกมร่วมกับกัปตันทีม ชยพล  อุดรพันธ์ และ รัชชานนท์  ศรีหวงค์ แนวรับ ชุดที่ดีที่สุดของทีม สุวัฒน์ จันทร์บุญภา จับคู่กับ เอ็มมาร์นูเอล  วังโก้ แบ็คขวา พงศกร  ตาคำ  แบ็คซ้าย ณัฐกฤต  อินทร์เสา ผู้รักษาประตู ชานนท์  ธิลา กลับมาอีกครั้ง
   
         ขณะที่ทีมเยือน นำทีมโดย มาติอัส  อดีตกองหน้าของเชียงใหม่เอฟซี กัปตันทีม ทรงศักดิ์  เฮมเขียว ละแนวรุกตัวจี๊ด ตราโอเร่ และเซ็นเตอร์ฮาฟจากจีนอย่าง ชาง ลี  หวังถึงชนะเช่นกัน

          เกมในครึ่งเวลาแรกเริ่มขึ้นท่ามกลางแสงแดดอันร้อนแรงซึ่งสวนทางกับเกมที่ไม่ร้อนแรงดังคาดคิด เราไม่สามารถเปิดเกมเข้ากดดันบดขยี้ผู้มาเยือนได้เลย บอลยาวที่เปิดขึ้นไปโดน ลี ชาง  กองหลังสัญชาติจีนที่สูงใหญ่ตัดดักจังหวะได้หมด โฟฟาน่า กองหน้าของเราที่สัมผัสบอลได้ไม่นิ่มนวลเท่าไหร่เลยกลายเป็นบอลตายที่แดนหน้าเสียเป็นส่วนใหญ่

          มีจังหวะเดียวที่ได้ซัดจ่อๆของศิริศักดิ์  เย็นใจ ที่ติดบล็อกกองหลังออกไปแบบไม่น่าเชื่อ ที่เหลือก็เป็นเกมรุกที่พยายามขึ้นเกมไปแต่หาโอกาสได้ยากเต็มที เป็นครึ่งแรกที่เครียดและดูอึดอัดมาก ส่วนผู้มาเยือนก็หาโอกาสยาก ชานนท์  แทบไม่ต้องออกแรงเลย มาติอัส ตัวอันตรายทีมเยือนโดน สุวัฒน์ กับ วังโก้ ผลัดกันบดบี้จนเล่นไม่ออกแทบไม่ได้บอลเลย กลายเป็นเกมกดดันที่เล่นเครียดกันไป พาลเครียดกันไปทั้งนักเตะและแฟนบอล ที่คาดหวังว่าจะทำแต้มทาบจ่าฝูงอีกครั้ง จบครึ่งแรกที่อึดอัดไปด้วยสกอร์ 0 – 0

          ครึ่งหลังทีมงานโค้ชไม่รอช้าที่จะปรับเกม โดยการถอด ภานุวัฒน์  ศรีเภา ออก แล้วจัดการส่งกองหน้าตัวความหวังอย่าง จิมมี่  โซล่า ลงมาแทน และเข้าก็แสดงถึงคราสความเป็นกองหน้าอีกระดับ จังหวะกระชากไปเปิดบอลเช็ดคานออกมาเป็นจังหวะของการเตือนกองหลัง เลย ซิตี้ ว่างานหนัก รอพวกเขาอยู่

          และก็เป็น อาเหม็ด ที่โหม่งชงให้ จิมมี่  โซล่า ที่หลุดเข้าไปจิ้มบอล ผ่านมือผู้รักษาประตูของเลย ซิตี้เข้าไปในนาทีที่ 57 ให้ ลำพูน ออกนำไปด้วยสกอร์ 1 – 0 คลายความกดดันลงไปได้มากทีเดียว ที่เหลือก็เป็นการโชว์ของเขาทั้งการจิ้มวิ่งแซงกองหลังไปเปิดบอลให้กับ ศิริศักดิ์ เย็นใจ เขาฮอส แต่บอลเจ้ากรรมไปติดเซฟแบบน่าเสียดาย เรียกว่าทำดีทุกอย่าง คนเปิดก็เยี่ยมยอด คนยิงก็ทำดีที่สุดแล้วและประตูก็เซฟแบบสุดยอด ไม่หมดแค่นั้น โซล่า โชว์ยังจัดการกระดกบอลตามสัญชาติญาณกองหน้าขามหัวประตูไปแล้วแต่เป็น คานที่ปฏิเสธโอกาสของเราไปเสียอย่างนั้น

          จนนาทีที่ 82 ประตูปลดล็อคความกดดันก็มาถึงและเป็นโซล่า ที่วิ่งมาซ้ำจังหวะลูกคลุกคลิกเข้าประตูไปเป็นลูกที่ 2 ของตัวเอง และเป็นลูกที่ 5 ใน 3 นัดของเจ้าตัวในสีเสื้อ ลำพูน วอริเออร์ ทำให้ปิดเกมด้วยชัยชนะของเจ้าบ้าน สามารถทำแต้มเท่าจ่าฝูงอย่างหนองบัว พิชญอีกครั้ง กลับไปเป็นที่สอง แซงหน้าพะเยา สำเร็จอีกครั้ง

           สามแต้มที่ได้เกมนี้ต้องบอกว่าตามเป้าอีกครั้งที่เล่นเพื่อชัยชนะแม้นว่าครึ่งแรกจะมีแอบเซ็งกันบ้างในหลายๆจังหวะที่ไม่สามารถทำอะไรผู้มาเยือนได้เลย จนมีเสียงก่นด่าออกมาเป็นระยะถ้ามองแบบใจร้อนสามารถมองได้ว่าทำไมไม่บุก ทำไมไม่ส่ง จิมมี่  โซล่า ลงมาแต่แรกแล้วปิดเกมไปเลย อันนี้ก็มองได้ แต่อาจจะเพราะสภาพของ จิมมี่  โซล่า ที่ดูเหมือนจะไม่ฟิตเท่าไหร่ การส่งเขาลงไปบดกับกองหลังที่กำลังสดเต็มเปี่ยมด้วยพละกำลังอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสักเท่าไหร่ การเก็บเขาไว้แล้วส่ง อาเหม็ด ลงไปบดบั่นทอนกองหลังก่อนก็อาจเป็นอีกวิธีคิดของทีมงานสต๊าฟโค้ชเช่นกัน
   
          อย่างที่บอกครับว่านี่คือยอดกองหน้าที่ดีที่สุดที่เราเคยมีมา เขามีทุกอย่างทั้งความเร็วและลูกเล่นที่แพรวพราว จมูกไวมากในเขตโทษ จังหวะที่กระดกบอลข้ามหัวผู้รักษาประตูแต่บอลไปชนคานนั่นแสดงถึงคราสของเขาที่เราเห็นความแตกต่างระหว่างกองหน้าธรรมดากับกองหน้าชั้นยอด มีหลายคนเอาไปเปรียบกับ อาเหม้ด ซึ่งก้เปรียบได้แต่ อาเหม็ด กับ โซล่า ก็คนละสไตล์เมื่อ อาเหม็ดคือคนที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ได้บอลเขามีความดุดัน กัดไม่ปล่อย สู้ทุกจังหวะที่เขากับโอกาสที่เขาได้รับ และยังมีส่วนในการแอสซิสให้โซล่าด้วย ส่วนโซล่า นี่ของขึ้นห้าง มีเกรดผ่านการพาสเจอร์ไรซ์มาแล้ว เปิดกล่องมาใช้ได้เลย สมกับครั้งหนึ่งเขาเคยมีค่าตัวที่ 1,000,000 บาทมาแล้ว เหลือแค่สภาพความฟิตของเขา การยืนระยะตลอดทั้งเกมว่าเขาจะสามารถทำได้ดีขนาดไหน
   
          แต่ครั้งจะหวังพึ่งเขาคนเดียวก็คงไม่ตลอดทุกเกม สิ่งที่ยอมรับอีกอย่างหนึ่งของทีมชุดนี้คือสปิริตทีมที่ยอดเยี่ยมมาก ทุกคนช่วยกันเล่น ช่วยกันวิ่งเพื่อทีมจริงๆ แดนกลางทำงานได้ดี นักเตะที่เติมเข้ามาใหม่อย่าง ศิริศักดิ์  เย็นใจ ก็เข้ามาเพิ่มประสิทธิภาพในทีมได้ดีมาก ลงเล่นมา 3 นัด ยิงไป 2 ประตูแล้ว เกมกับเลยโชคร้ายที่เขาบวกเพิ่มไม่ได้แค่นั้นเอง ส่วนเบอร์ 32 ที่มาใหม่อย่าง รัชชานนท์  สีหวงค์ ที่ลงตัวจริงนัดแรก ซ้ายธรรมชาติที่ย้ายมาในเลกสองคงต้องใช้เวลากับเขาหน่อยกับการคลิกเข้าสู่ทีม ดูๆเป็นนักเตะประเภทอ่านเกมฉลาดแต่เขาคงต้องเพิ่มความหนักและลูกขยันอีกสักนิดและปรับตัวเข้ากับทีมอีกสักระยะอาจจะดีขึ้น
   
          แต่จะชม จิมมี่  โซล่า คนเดียวก็ใช่ที่ ต้องชมทั้งทีม ตั้งแต่ประตูที่ไว้เนื้อเชื่อใจได้ แดนกลางที่คอยเปิดป้อนให้กับเขา ทำให้เขาเล่นง่าย อย่างประตูแรกบอลทะลุช่องให้จิมมี่  โซล่า หลุดไปยิงประตูเบิกร่องนั่นก็เป็นทีมเวิร์คที่สวยงาม รวมถึงประตูที่สองที่เขาได้ยิงจ่อๆนั่นก็เพราะคำว่าทีมเวิร์ค ที่ทุกคนช่วยกันเล่นช่วยกันทำฟอร์มขึ้นมาและนี่คือจุดเด่นของทีมชุดนี้ จิมมี่  โซล่า ที่เติมเข้ามาเป็นจุดเติมเต็มให้ทีมพอดีในจังหวะเข้าทำ ซึ่งเป็นปัญหาของทีมในครึ่งฤดูกาล มาครึ่งฤดูกาลหลังจิมมี่  โซล่า เข้ามาเติมเต็มพร้อมกับ ตัวแบ่งเบาภาระในการทำประตูอย่าง ศิริศักดิ์  เย็นใจ ทำให้แนวรุกเราดูดีมากขึ้นจริงๆ
   
          ครับผมคงไม่มีอันใดจะตำหนิหรือวิจารณ์แต่เกมต่อๆไป ถ้าบุกตีให้ตายได้เลยผมว่าน่าสนใจกว่าที่เราจะรีรอให้อารมณ์ของบางคนครุกรุ่น ในบ้านเล่นยากเสมอ ถ้าคิดจะเร่งเอาในครึ่งหลังเกิดเกมไม่เป็นไปดังหวังจะกลายเป็นความกดดันเองได้ รู้ๆกันอยู่ว่าแฟนบอลลำพูน ใจร้อนมากกว่าใจเย็น เล่นในบ้านอยากเชียร์แบบสบายใจรุกเร็วแต่ต้นเกมเพื่อคลายความกดดันคงดีกว่าที่จะรีรอให้กดดัน ซึ่งก็ต้องแล้วแต่ทีมที่เจออีกทีละกันว่าจะเอาแผนไหนมาใช้
   
          สู้ต่อไปเรายังอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้อง เกมในบ้านเรายังเหลืออีกเพียบ ในบ้านถ้าเก็บได้หมดเราน่าจะได้เฮ ตอนนี้ว่ากันไปทีละเกมทีละนัด เสาร์หน้าอุตรดิตถ์ เอฟซี  มาเยือน เราจะเริ่มซีรี่ย์แห่งชัยชนะในบ้านตั้งแต่เสาร์หน้าเป็นต้นไป สู้เต็มที่ที่ทุกนัด เชียร์เต็มที่ทุกเกม อาจไม่เข้าตาในบางจังหวะ เสียบอลในบางครั้งขอจงอย่าพึ่งโห่หรือก่นด่าพวกเขา พวกเขาเหนื่อย พวกเขาพยายามทำเต็มที่ แต่อาจเป็นเพราะจังหวะมันไม่ได้จริงๆ ไม่ใช่เขาไม่อยากชนะ เขาอยากชนะ เขาอยากทำให้เรามีความสุข แต่ฟุตบอลมีอะไรหลายอย่างที่ไม่เป็นใจ ไม่ได้ดั่งใจบ้าง หวังว่าเราจะเข้าใจ ร่วมกันเปล่งเสียงเชียร์ให้ดัง ส่งพลังเชียร์ไปถึงนักเตะดีกว่า ใครที่ขึ้นมาช้าก็ขึ้นมาเร็วหน่อยเกาะกลุ่มกันเชียร์ให้ดังก้องกังวาร ส่งพลังไปพร้อมกับเสียงเชียร์เพราะ ที่นี่แม่กวง นรกทีมเยือน เสาร์หน้าพบกันครับ ข่มขวัญอุตรดิตถ์ให้กระเจิง เป็นพลังปูพรหมถล่มให้ขาดราบคาบ แล้วพบกันครับ ผู้เล่นหมายเลข 12 ทุกคน.....สวัสดี
   
 

อักษราพัฒน์  18 / 7 / 59
16
ผมไม่เคยสงสัยในฝีเท้าของ จิมมี่ แก๊สโซฮอล์ 95 แม้แต่น้อย เพราะเคยเห็นมาแล้วในสมัยย้ายมาเล่นกับศรีสะเกษ เมืองไทยเอฟซี ด้วยค่าตัว 1 ล้านบาทในสมัยนั้น  แต่การเปิดตัวด้วยแฮตทริกกับ 1 แอสซิส ต่อหน้าแฟนบอลราชันโคขาว นี่มันเป็นอะไรที่สุดยอดมากจริงๆ
17

           ลำพูน วอริเอร์ กลับมาเล่นเลกที่สองในบ้านนัดแรก ต้อนรับการมาเยือน ตาก ซิตี้ หลังจากที่นัดแรกออกไปเยือนพิษณุโลก เอฟซี แล้วคว้าหนึ่งแต้มกลับมาได้ 1 คะแนน นัดนี้เล่นในบ้าน แต่ขาดผู้เล่นตัวหลังพร้อมกันสองคน คือ เซ็นเตอร์ฮาฟจอมแกร่งสุวัฒน์  จันทร์บุญภา  ที่ไปโดนใบแดงในนัดเยือนพิษณุโลก และกัปตันแอ้ม ชยพล  อุดรพันธ์ ที่สะสมใบเหลืองครบโควตา ทำให้อดลงช่วยทีมทั้งสองคน จึงเป็นที่มาของการปรับทัพเล็กน้อง แต่ได้กองหน้าตัวใหม่ จิมมี่  โวฃซล่า ส่งประเดิมสนามนัดแรกเลย

          การจดทัพ ยังมาในระบบ 4-3-3 เช่นเคย ประตูมือหนึ่ง ชานนท์  ธิลา คู่เซ็นเตอร์เปลี่ยนจาก สุวัฒน์ เป็นนักเตะที่มาใหม่ รณชัย  จินาเกตุ  จับคู่กับจอมแกร่ง  เอ็มมานูเอล  วังโก้ แบ็คซ้าย คมสันต์  ทานา  แบ็คขวากัปตันทีม พงศกร  ตาคำ  แดนกลาง ประภาส  รัตนดี ตัดเกมแดนกลาง ร่วมกับ อรรถพล  คำมะยอม และ ภาณุวัฒน์  ศรีเภา แนวรุกสามคน วาง จิมมี่  โซลา ยืนตรงกลาง ขนาบข้างด้วย ธิราวุฒิ  ธิวโตและ ศิริศักดิ์  เย็นใจ หวังคว้าสามแต้มเต็มที่

          เริ่มเกมมาเป็นเราที่พยายามทำเกมรุกเข้าใส่ แต่ตากก็มาแบบรับแน่นไว้ก่อน ทำให้หาโอกาสจบได้ยากเรียกว่าช่วงแรก จิมมี่  โซล่า แทบไม่ได้บอลเลย แต่เป็นความยอดเยี่ยมของเขาที่ทำได้อย่างยอดเยี่ย เยือกเย็น เมื่อมีโอกาส เริ่มที่ยนหยอดตัดแนวรับไปในพื้นที่ว่าง เป็น จิมมี่  โซล่า  ที่วิ่งแซงแนวรับตากไปรับบอลก่อนจะล็อคหลบเซ็นเตอร์ฮาฟ แล้วพาบอลไปเลือกยิงด้วยขวาที่เสาแรก บอลไหลเข้าประตูแบบเลือดเย็น ให้ลำพูน ออกนำตาก ซิตี้ ไปก่อน 1-0  สาบานว่าจังหวะยิงประตูผมแอบลุ้นว่าเมื่อไหร่เขาจะยิง ถ้าไม่ใช่กองหน้าที่เยือกเย็นพอ มีซัดด้วยซ้ายไปแล้ว แต่นี่ดึงหลอกแล้วยิงด้วยขวาที่เสาแรกแบบเน้นๆกันพลาดไว้ก่อนเลย
 
          ส่วนประตูที่สองก็เป็นความยอดเยี่ยมของเขาอีกที่ยิงแบบไม่จับเลย ในจังหวะที่ประตูตาก ทุบลูกยิงของภาณุวัฒน์  ศรีเภา  ออกมา เรียกว่ากดเต็มหลังเท้าบอลแทบจะขีดเส้นตรงเข้าประตูไปเลยทีเดียว ส่วนประตูที่สามนั้นเป็นการขึ้นโหม่ตามเบสิกกองหน้าตัวใหญ่แต่เหลี่ยมบอลที่โหม่งเข้าไปนี่ย้อยเข้าที่สามเหลี่ยมในมุมที่ประตูและกองหลังที่ยืนคุมเส้นกระโดดยังไงก็ยากจะถึง ไม่พอ ยังฉายด้วยการใช้ความเร็วบวกกับความแข็งแกร่งไปเบียดเอาชนะแล้วตักให้ ศิริศักดิ์  เย็นใจ โขกเน้นเป็นประตูที่ 4 ให้เราถล่มตาก ซิตี้ แบบไม่ไว้หน้าไป 4 – 0 แบบไม่เกรงใจโค้ชปลั๊กเลยทีเดียว เป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีชอีกนัดหนึ่งในบ้าน

          ข้อดีของเกมนี้ที่มีอยู่คือเราชนะ กลับไปอยู่ที่สองอีกครั้ง และยิงได้มากทำให้ประตูได้เสียเราบวกดีขึ้นมากทีเดียว และที่น่ายินดีไปกว่านั้นคือกองหน้าที่คว้าตัวมาใหม่อย่าง จิมมี่  โซล่า  ท็อปฟอร์มตอบแทนความไว้วางใจให้เราด้วย 3 ประตู 1 แอสซิสต์ เรียกว่าเป็นรายการ จิมมี่  โชว์ เลยก็ว่าได้ ถ้าคะแนนความสามารถนัดนี้เต็ม 10 เราก็ต้องให้เขาเต็ม 10 ละครับ ใครจะเชื่อว่านี่คือนัดแรก และเป็นนัดแรกที่เหมือนฝันมากๆ เรียกว่าเป็นดรีมสต๊าดชัดๆ ถ้าประตูแรกยิงด้วยเท้าซ้ายเข้าไปละก็ มันจะครบเครื่องมากจริงๆ แต่แค่นี้ก็เรียกเสียงปรมมือได้เกรียวกราวสำหรับนักเตะใหม่แล้ว กับ แฮตทริคแรกของนักเตะสโมสร ลำพูน  วอริเออร์ ที่แทบไม่น่าเชื่อว่า ก่อตั้งมา 6 ยังไม่มีใครทำได้ และเป็นเขานี่แหละที่สามารถทำได้ ในนัดแรกที่ลงสนาม เป็นประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกไว้อีกครั้งในฐานะสโมสรฟุตบอลลำพูน วอริเออร์

           ครับนี่คือข้อดีที่เราได้พบเห็น การชนะเยอะๆบางทีก็เป็นเรื่องที่จำเป็น เพราะในเชิงจิตวิทยาคู่แข่งเราเมื่อเห็นเราเปิดตัว ยิงที่ละสองสามลูกขึ้นไป ความเกรงกลัวในทีมจะมีมากขึ้น ประมาณว่า ลำพูน มันโหดจริง แกร่งทั่วแผ่น เมื่อเจอกันมีโอกาสส่งผลถึงแผนการและระดับจิตใจของผู้เล่นได้ที่เมื่อเจอกับเรามันจะฝ่อไปเองและที่สำคัญมันเป็นการเพิ่มโอกาสเมื่อถึงเวลานับประตูได้เสียกันขึ้นมา มันเป็นแต้มต่อในมือของเราที่เราอาจต้องมีไว้

          มีเรื่องให้เรายิ้มบางทีเราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องข้อกังวลใจด้วย เรียกว่ามีทั้งข้อที่เป็นข้อดีและเสีย สิ่งที่มองเห็นแล้วยังเป็นกังวลนั่นคือจังหวะขึ้นเกม ที่ยังถ่ายบอลกันไม่ค่อยแม่นเท่าไหร่ การสวิฟบอลเปลี่ยนทางยังไม่ดีพอ บางครั้งเราเห็นอีกด้านหนึ่งว่างนักเตะยกมือขอบอลอยู่แล้ว แต่บอลไม่มาเพราะนักเตะอีกคนที่ครองบอลไม่ปล่อยบอลมา ทำให้เกมรุกที่น่าจะทำได้ดีกลายเป็นชะงักไป ถ้าเราเปลี่ยนบอลได้ดี วางบอลข้ามฟากได้ดีเราจะน่ากลัวอีกมากเลยทีเดียว ซึ่งมันจะทำให้เกมริมเส้นของเราวูบวาบขึ้นมาอีกมากทีเดียว

          อีกจุดที่ผมว่าเราอาจต้องเตรียมการให้ดีนั่นคือแนวรับ ที่เมื่อคู่ของสุวัฒน์  กับ วังโก้ หายไปคนใดคนหนึ่ง คนที่มาแทนยังเล่นได้ไม่ถึงระดับที่เหนียวแน่นนัก นัดที่เจอตาก เราใช้ผู้เล่นที่มาใหม่อย่าง รณชัย  จินาเกตุ ซึ่งด้วยความที่พึ่งมาและซ้อมกับทีมได้ไม่นานความเข้าใจระหว่างกันจึงมีน้อย บางทีเราเห็นเขายืนสูงเกินไป ไม่ได้ระนาบเดียวกับ วังโก้ และมีหลุดเป็นระยะในครึ่งแรก แต่ครึ่งหลังเขาก็ปรับตัวได้ดีขึ้น ซึ่งต้องอาศัยระยะเวลาในการปรับตัวและหวังว่าจะดีขึ้น

          นี่คือสองจุดที่เราต้องปรับอีกนิด แน่นอนว่าต้องใช้เวลาในการจูนทีม ปรับทีมที่มีนักเตะใหม่เข้ามา ซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร แต่ก็ถือว่าเราปรับตัวได้ดีเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม เพราะสองนัดในเลกสอง เก็บไปได้ 4 แต้ม และที่สำคัญการไปคว้าแต้มมาจากพิษณุโลกได้นั่นน่าพอใจมาก การถล่มตาก เอฟซี ในบ้านได้ถือว่าตามเป้าหมายที่วางไว้ กดดันทีมนำไปเรื่อยๆ ณ.ตอนนี้ ห่างจากทีมหนองบัว พิชญ แค่สองแต้ม แม้นทีมที่ไล่หลังเรามาจะมีคะแนนห่างเราแค่ 1-2 แต้ม แต่เราจะสนใจทำไมถ้าทีมเรายังเดินหน้าทำผลงานได้แบบต่อเนื่องไปเรื่อยๆ

          เดินหน้าต่อไปไปเรื่อยๆครับ ร่วมกันสู้ไปด้วยกัน นักเตะสู้ กองเชียร์ก็จะสู้กับท่าน ทำให้เต็มที่ครับ ใจถึงใจกันอยู่แล้ว สู้ให้เต็มที่ เอาให้เต็มเหนี่ยว ท่านเต็มที่ เราเต็มที่ ท่านสู้ เราสู้ เพื่อเป้าหมายอันสูงส่งกับการสัมผัสบรรยากาศแชมเปี้ยนลีกอีกครั้ง เดินหน้าด้วยความเชื่อมั่น ทำให้เต็มที่ เราเชียร์ท่านอยู่...ลำพูน วอริเออร์  สวัสดีครับ

 

อักษราพัฒน์  5 / 7 / 59
18

               ครึ่งฤดูกาลแรกของฟุตบอล เอไอเอสลีก ภูมิภาคโซนภาคเหนือเคลื่อนผ่านไป ลำพูน วอริเออร์ กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะอยู่และควรจะเป็นอีกครั้ง นั่นคือหัวตารางแม้นจะไม่ได้แชมป์ในครึ่งฤดูกาลแรก แต่การยืนแป้นที่สองแบบเดี่ยวๆแน่นอนแล้วก็ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีให้แฟนๆได้ชุ่มชื่นหัวใจกันไปไม่มากก็น้อย

               เกมสุดท้ายในบ้านถึงแม้นจะเปิดบ้านเฉือนเพชรบูรณ์ในบ้านไปด้วยสกอร์ที่หวิวๆเพียง 1 – 0 แต่มันก็คือสามแต้มที่ได้มาเติมเต็มให้รองแชมป์ครึ่งซีซั่นแรกเป็นของเราแน่นอนแล้วโดยไม่ต้องรอลุ้นผลคู่อื่น

               มองเรื่องเกมกับเพชรบูรณ์ได้สองแง่มุม มองในแง่ดีเราควรพอใจกับสามแต้มเพราะโดยสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของทีมที่ไปเยือนมาติดกันสองนัดและนัดที่ไปเยือนทีมที่เล่นด้วยคือของแข็งทีมหัวตารางทั้งหมด ทั้งกำแพงเพชรและหนองบัว พิชญเอฟซี ยิ่งกลางสัปดาห์ยังกลับมาเฝ้าบ้านเล่น 120 นาทีกับทีมระดับไทยลีกอย่างศรีษะเกษ เอฟซี ซึ่งแน่นอนเราใช้แรงกัดฟันวิ่งจนหมดแล้ว

               11 ตัวจริงในเกมกับเพชรบูรณ์จึงออกมาสภาพตามที่เห็น เอ็มมานูเอล  วังโก๊ะ ไม่พร้อมเล่น จึงเป็น ซัน  ศิโรม กาศศรีนุช ทำหน้าที่กับ สุวัฒน์  จันทร์บุญภา  แบ็คขวาก็เปลี่ยนจาก ณัฐกฤต  อินเสาร์ เป็น คมสันต์  ทานา  แดนกลางเข็น ประภาส  รัตนดี  ลงจับคู่กับ  เรอิ  อิชิกาว่า  พัก แอ้ม ชยพล  อุดรพันธ์ ที่วิ่งมาเต็มๆ 120 นาที สภาพจึงไม่พร้อมสักเท่าไหร่ ส่วนแนวรุกสลับมาใช้ ดนัย  เชื้อวงค์ ยืนค้ำแทน โมฮัมเหม็ด  โฟฟาน่า ที่พึ่งหายจากอาการกล้ามเนื้อฉีกมาหมาดๆ ขนาบข้างด้วย ธิราวุฒิ  ธิวะโต กับ อภิชัย  กูออ  วางเบอร์31 อรรถพล  คำมะยอมเป็นตัวทำเกมรุก

               ที่บรรยายมาเพราะต้องการให้เห็นภาพว่าสภาพนักเตะ ณ.วันเสาร์ เราไม่พร้อมจริงๆ จึงต้องสลับสำรองลงเยอะผสมกับคนที่พร้อมลงเล่น และแน่นอนเน้น 3 คะแนนไว้ก่อน มากกว่าที่จะถล่มให้ขาดกระจายตามความคาดหมายของแฟนบอลบางส่วน จะว่าไปฝ่ายจัดน่าจะเห็นใจทีมที่เข้ารอบบอลถ้วยบ้าง ลงเตะวันพุธไปแล้ว น่าจะสลับโปรแกรมให้เตะวันอาทิตย์ เพราะอย่างน้อยก็สร้างผลงานให้วงการฟุตบอล ดิวิชั่น 2

                คิดอีกแง่หนึ่ง ยิงมาก ยิงน้อยก็สามแต้มเช่นกัน เลสเตอร์เป็นแชมป์เพราะยิงลูกเดียว ชนะ 1-0 รวมทั้งหมด 12 นัด จนประสบความสำเร็จได้ ดูไปพลางปลอบใจตนเองไปว่า เอาหวะสามแต้มดีกว่าแต้มเดียวหรือบุกมากโดนสวน จาก 3 อาจเหลือ 1 แต้ม หรือไม่ได้สักแต้มก็เป็นได้....เพียงแต่ว่า ยิงน้อยอาจไม่ถูจริตกับแฟนบอลลำพูน ที่ต้องเล่นมัน ยิงประตูไว้ก่อนเท่านั้น

               ทีนี้ผมขอมองในแง่ร้ายบ้างว่า...นักเตะเรามีเยอะเกือบเต็ม 40 คน แต่พร้อมที่จะใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมีอยู่ประมาณ 16-18 คน ที่ผลัดกันลง สลับกับเจ็บบ้าง แสดงถึงขุมกำลังแนวลึกของเราที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ ถ้ามีตัวหลักเจ็บหรือติดโทษแบนไปการทดแทนยังไม่สมบูรณ์แบบ เรายังขาดนักเตะที่สามารถลงไปเป็นตัวสำรองแล้วพลิกเกมให้เราได้เปรียบ ซึ่งทีมระดับหัวตารางที่หมายหมั่นปั้นมือจะไปรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีกต้องมี

                นัดเฉือนชนะเพชรบูรณ์ 1 – 0  สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าเราอาจต้องมีการขยับเสริมทัพอีกครั้ง ถ้าหวังจะไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนลีก และหวังจะเข้ารอบลึกๆ เพราะปีนี้กฎใหม่ที่กำหนดคือจับฉลากเตะแบบเหย้า-เยือน ประสิทธิภาพในแนวรุกต้องมี ใช้โอกาสที่มีให้คุ้มค่ามากที่สุด และนั่นคือจุดบอดของทีมเรา

               ทีมเราเล่น 11 นัด ยิงไปแบบจุ๋มจิ๋มแค่ 14 ประตู เฉลี่ยแค่นัดละ  1.27 ประตูเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากถ้าเทียบกับทีมอื่นๆ เฉพาะหนองบัว พิชญ ก็ซัดไปละ 32 ลูกแล้ว ทีมอันดับ 3 อย่างพะเยาก็ยิงไป 17 ลูก (ก่อนเกมวันอาทิตย์) ถ้าไปเทียบกับทีมหัวตารางโซนอื่นๆที่คั่วพื้นที่แชมป์เปี้ยนลีก เรายิงน้อยกว่าเขามากที่สุด ดาวซัลโว สูงสุดของเราคือ โมฮัมเหม็ด  โฟฟาน่า ที่ยิงไปจุ๋มจิ๋ม 4 ประตู ที่แหลือ คนละ 2 ประตู คือ วังโก้  ,  อภิชัย  ธิราวุฒิ  ,  อรรถพล  ,  1 ประตูได้แก่  ชยพล  ,  สุวัฒน์ 

               แยกให้ชัดคือได้ประตูจากกองหน้าอาชีพคือ โฟฟาน่า 4 ประตู กองหน้ากึ่งปีก 4 ประตู จากสองคนคือ อภิชัย กับ ธิราวุฒิ  ได้ประตูจากกองกลาง 3 ประตู จากอรรถพล 2 ชยพล 1 และแนวรับ 3 ประตูคือ วังโก้ 2  สุวัฒน์ 1 นี่คือเหตุผลที่ผมตั้งคำถามว่าเราจะไปแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้จริงหรือ แล้วเราจะไปทำอะไร เราจะเอาแค่ไปโดยไม่หวังไปเล่นดิวิชั่น 1  หรือ

               ยอมรับจุดเด่นของทีมชุดนี้คือแนวรับที่เสียไปแค่ 6 ประตูเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเฉลี่ยแค่นัดละ 0.54 ซึ่งแข็งแกร่งมาก เครดิตให้แนวรับและกองกลางที่ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ นี่คือจุดดี แต่ถ้าเราจะไปแชมป์เปี้ยนส์ลีกแบบมีหวัง เราต้องแก้ปัญหาแนวรุกให้ดีขึ้นการเซตเกมรุกให้เฉียบคมเป็นเรื่องของสต๊าฟโค้ช แต่ทรัพยากรในมือก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ
   
               ทีมต่างๆเริ่มเห็นทางเราบ้างแล้ว งานในเลก2 จะยิ่งยากขึ้นมาอีกเท่าตัว ความกดดันจะเพิ่มขึ้น การเสริมทีมด้วยนักเตะที่ศักยภาพพร้อมที่จะลุยไปกับเราเป็นเรื่องจำเป็น สำหรบผม กองหน้าตัวเป้าที่พร้อมลงมาโป้งเปลี่ยนเกมเราจำเป็นต้องเติมมาอีก 1 คน เช่นเดียวกับตัวทำเกมที่อาจนำเข้าเพื่อสร้างความแตกต่างในทีม 1 คน ตัวรับที่พร้อมทำงานเมื่อประภาส หรือ ชยพลไม่พร้อมอีก 1 คน และ นี่คือสามตำแหน่งเน้นๆที่เราควรหามาเติม หรืออาจจะเพิ่มเซ็นเตอร์ฮาฟอีกคนก็เป็นได้

               ถึงตอนนี้ผมคิดว่าเราพร้อม นักเตะมีความกระหายพร้อมพิสูจน์พลงาน แฟนบอลพร้อมหนุนหลังทีมอยู่แล้ว สถานการณ์ทีมตอนนี้อยู่อันดับสอง ไม่มีบอลถ้วยมาคั่น พร้อมใส่เต็มๆในเลกสองผมเชื่อว่าเรามีโอกาสที่ดีในปีนี้ที่จะก้าวไปสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีก อยู่ที่เราจะไปไหม ไปแล้วจะไปทำอะไร ไปเล่นเพราะได้ไปหรือจะไปเล่นเพราะหวังจะไป D1 ถ้าหวังจะไป D1 เราต้องเสริม เราต้องกล้าทุ่ม หากไม่แล้วผมเชื่อว่าเลกสองเราจะอยู่หัวตารางอยู่แต่ แชมเปี้ยส์ลีกนั้นไม่แน่...ได้แต่ลุ้น ลุ้น และก็ลุ้น ว่ากล้าๆหน่อยครับเจ้านาย ปีที่ 6 ละนะ 5 ปีที่ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศข้างบน ขึ้นแล้วอย่ายอมลงง่ายๆ ท่องไว้  ชปล...ชปล....สวัสดีครับ


อักษราพัฒน์ 12/ุ6/59
   

19
เว๊บยังอยู่รึครับเนี่ย เลยต้องล๊อกอินเข้ามาตอบ ขอบคุณผู้เขียน ที่ได้เห็นภาพลึกอีกครั้ง
สำหรับหน้าเป้า ตามหา อำนาจ นามเทือง มาอีกทีดีมั้ย ยังนึกถึงภาพลุยน้ำลุยโคลนกับอุทัยได้อยู่เลย
20

ศึกชิงจ่าฝูง อินทรีขุนเขา เฝ้ารังเสมอ ราชันโคขาว 1 – 1


          บิ๊กแมทโซนเหนือ อินทรีขุนเขา พะเยา เอฟซี ทีมอันดับสอง เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ทีมจ่าฝูงโซนเหนืออย่าง ราชันโคขาว ลำพูนงอริเออร์ โดยทั้งสองมีคะแนนห่างกันแค่แต้มเดียว และสร้างผลงานที่ค่อนข้าสูสีกัน ทีมเจ้าบ้านเป็นทีมที่ชนะรวด 100% เต็ม ในการเล่นในบ้านของตนเอง ขณะที่ราชันโคขาวก็ใช่ย่อย สร้างสถิติชนะ 100% เต็มในการเป็นทีมเยือน เตะ 3 นัด ชนะรวดทั้ง 3 นัด


          นัดนี้ทั้งสองทีมขนผู้เล่นที่ดีที่สุดลงเล่น แต่ไม่มีกองหน้าผิวสี โมฮัมเหม็ด เอ็มโฟฟาน่า ที่เจ็บกล้ามเนื้อขาไม่ฟิต จึงต้องหยุดพักไป แกนหลักยังเป็นชุดเดิม ที่มีกองหลังจอมแกร่งอย่าง วังโก้ ปักหลักคู่เจ้าหมู สุวัฒน์  จันทร์บุญภา กลาง  ประภาษ  รัตนดี  กับตั้นแอ้ม ชยพล  อุดรพันธ์  เรอิ  อิชิกาว่า  หน้านำโดย ธิราวุฒิ  ธิวะโต


          ด้านพะเยา เอฟซี ส่งผู้เล่นชุดใหญ่ลงเช่นกัน โดยมากเป็นแกนหลักของ เชียงราย เอฟซี เดิมที่เล่นรอบแชมป์เปี้ยนลีก ปีที่แล้ว นำโดย อดีตนักเตะเรา ศราวุฒิ  วงค์ไชย 

          เกมก็เป็นไปตามคาดเมื่อพะเยาเปิดเกมรุกใส่เราอย่างรวดเร็ว จนได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจาก ความผิดพรากของแบ็คซ้าย ที่อ่านจังหวะบอลพลาด ไม่เล่นลูกเปิดจากด้านขวา โดยไปก้มหลบบอลเพราะคิดว่าไม่น่าจะมีใครมาทัน แต่ความเร็วของณัฐวัฒิ  วงค์ประเสริฐ กลับสปีดมาแปบอลสวนตัว ชานนท์  ธิลา เข้าประตูไป แบบช็อคแฟนบอลลำพูน ที่ตามไปเกือบสองร้อยคน

          หลังเสียประตูเราก็ใช้แวลาแค่ 7 นาที ในการไล่ตีเสมอ เมื่อ วังโก้ เติมขึ้นไปเล่นลูกตั้งเตะ แต่กองหลังสกัดออกมาไม่ดี วังโก้ ได้บอลแตะหนีหนึ่งจังหวะ ก่อนซัดบอลไปแลบกองหลังพะเยา เข้าประตูไป ไล่ตีเสมอได้ทันควัน 1 - 1


          หลังจากได้ประตูตีเสมอเกมเรากลับมาดีกว่า ครองบอลได้ถ่ายบอลตามช่องสวยๆได้อีกหลายครั้ง มีโอกาสได้จบอยู่สองสามจังหวะด้วยกัน แต่ยังไม่เฉียบคมพอ ทำให้จบครึ่งแรกแบบสนุกที่ 1 – 1


          เริ่มครึ่งหลังตามฟอร์มที่เจ้าบ้านกดดันหนักใส่เราและเป็นฝ่ายครองเกมได้เป็นส่วนมาก เราต้องใช้ความพยายามในการตั้งรับและสวนกลับ ช่วง 15 นาทีแรกของครึ่งหลังเรายังมีจังหวะได้สวนกลับงามๆอยู่บ้าง แต่หลังจากนั้นเป็นพะเยา เอฟซี ที่ครองเกมบุกใส่เรา เรียกได้ว่าแบบวันเวย์เลยก็ได้ ทำเอากองเชียร์ลุ้นหายใจไม่ทั่วท้อง แต่เป็นพะเยา เองที่ไม่นิ่งและไม่คมพอในจังหวะสุดท้าย ประกอบกับชานนท์ ที่ยืนตำแหน่งได้ยอดเยี่ยมมาก จัดการเซฟได้ทุกลูกแบบไม่เหลือบ่ากว่าแรง เรียกว่ายิงไปตรงที่ชานนท์ ยืนอยู่ทุกลูก จบ 90 นาที จึงเสมอกันไป แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม ทำให้เรายืดสถิติเป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ใครต่อไป
ครับ ผลสกอร์ 1 – 1 ถือว่าน่าพอใจ มากเพราะการไปเล่นในบ้านพะเยา ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแกนหลักพะเยาคือนักเตะที่เล่นด้วยกันที่เชียงราย เอฟซี มา 3 ฤดูกาลหลังสุด คนที่เข้ามาคุมก็คือโค้ชตุ๊ นิรุต  ศรีทอง ที่รู้ใจนักเป็นอย่างดี มันจึงเป็นการยากที่เราจะควักสามแต้มออกมาได้ การไปแบบตั้งโจทย์ว่ามีแต้มกลับมาจึงเป็นวิธีคิดที่ค่อนข้างถูกต้องและเราทำได้กับหนึ่งแต้มรั้งจ่าฝูงเอาไว้ได้ อย่างน้อยก็หนึ่งวัน


          สิ่งหนึ่งที่ผมเสียดายในเกมนี้คือเราไม่มีโมฮัมเหม็ด    โฟฟาน่า ที่เป็นนักเตะผิวสีที่พูดไทยได้ชัดมาก คนนี้อาจเล่นไม่สวย แต่ถ้าเรื่องกดดันกองหลังฝั่งตรงข้ามผมถือว่าเขาทำได้ดีมากๆ หลายๆจังหวะที่ถ้ามีเขาผมว่าเขาจะเก็บบอลได้แล้วพลางบีบให้เซ็นเตอร์ฮาฟของพะเยาคายบอลออกยาก ซึ่งมันจะเข้าจุดที่เราเพรสเร็ว ตัดบอลได้พร้อมเปลี่ยนจากรับเป็นรุกในทันที ยิ่งได้เห็นเซ็นเตอร์ฮาฟคู่ ของพะเยาเล่นแล้วผมว่าสองคนนี้ไม่นิ่งเท่าไหร่ เคลียร์บอลออกสะเปะสะปะด้วยซ้ำ แต่เราขาดลูกดุดันในแนวหน้าแค่นั้นเอง


           ครึ่งแรกเราสู้ได้สูสี ยิ่งหลังจากได้ประตูตีเสมอแล้ว ชัดเจนว่าเราดีกว่า แต่ในครึ่งหลังโค้ชตุ๊ก็กลับมาแก้ได้ดี เปิดเกมเร็วเพรสเรามากขึ้นทำให้แดนกลางเราเสียบอลมากขึ้น ถอยร่นไปจนชิดแดนหลัง ทำให้เรากดดันมากขึ้นจังหวะจบเขาก็มากขึ้นมาตามลำดับ จนหายใจกันไม่ทั่วท้อง ยิ่งเลยสิบหานาทีของครึ่งเวลาหลังไปแล้วยิ่งแทบหาจังหวะโต้กลับไม่ได้เลย ตัวสำรองที่ส่งลงไปเก็บบอลในแดนหน้าอย่างดนัย  เชื้อวงค์  ก็ไม่สามารถครองบอลได้ เพราะแดนกลางต่อไม่ติดแล้ว และดนัย ที่ลงมาก็ขาดความคล่องตัว ทำให้เราต้องลุ้นตัวโก่งให้หมดเวลาเร็วๆ เพื่อเก็บหนึ่งแต้มกลับบ้านให้ได้


          หลังจบเกมนัดนี้ทำให้เราเห็นจุดบอดในทีมของเราหนึ่งจุด นั่นคือหน้าเป้าที่จะเก็บบอล ในระบบ 4-2-3-1 หรือระบบ 4-3-3 ย่อมต้องมีหน้าที่ดุ เก็บบอลเก่ง มีลูกบู๊ ซึ่งถ้ามองในลิสต์ตัวสำรองแล้ว มีดนัย  เชื้อวงค์ ที่หน้าเป้าตัวใหญ่ หนา แต่เขายังขาดพลังในการบดขยี้เหมือน โฟฟาน่า มี  นี่คือโจทย์ที่ทีมงานต้องคิดต่อไปว่าจะเอายังไง กองหน้าที่มีอยู่ มี 5-6 คนที่เล่นได้ แต่ส่วนมากตัวเล็ก เร็ว เหมาะกับด้านข้างมากกว่าที่จะยืนค้ำแดนหน้าคนเดียว สต๊าฟทีมงานจะทำไงระหว่างเทรนคนที่เหลือให้เล่นกองหน้าระบบตัวเดียวที่บดขยี้แนวรับฝั่งตรงข้าม ดุดัน ตามทุกลูก ติดทุกจังหวะ หรือจะเลือกเสริมแนวรุกอีกสักคน ที่เป็นต่างชาติ ที่มาแล้วแกะกล่องพร้อมใช้ทันที เพื่อลุ้นเป็นหนึ่งในสองของรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีก อันนี้ผมเดาใจยาก ฝากท่านๆทั้งหลายช่วยเดาแทนผมด้วยละกันครับ


          สถานการณ์ตอนนี้ หลังเกมคู่วันอาทิตย์ เราตกมาอยู่ที่สอง ตามหนองบัวพิญช เอฟซี แค่ลูกได้เสีย ส่วนคะแนนนั้นเท่ากันที่ 15 แต้ม ยังลุ้นกันอีกยาวๆ ดูจากรูปแบบการเล่นแล้วเรายังทำได้ดี หลังแน่นมาก เตะไป 7 นัด เสียไปแค่ 3 ประตู แต่เกมรุกก็ยังเป็นปัญหาอยู่เพราะยิงได้แค่ 9 ลูก ซึ่งยังต้องปรับและจูนกันต่อไป นัดหน้าเล่นในแม่กวงสเตเดี้ยม เจอเชียงราย เอฟซี ทีมบ๊วย ที่เล่นไป 7 นัด เสียไป 19 ประตู หวังว่าเราจะเดินหน้าได้เต็มสูบ แต่เราจะไม่ประมาท เสียเชียร์ในแม่กวง เป็นสิ่งสำคัญ เตะวันอาทิตย์ มากันเยอะๆ เอาให้ขวัญเชียงรายกระเจิง ยึดหัวตารางให้เหนียวแน่น แล้วลุ้นต่อกันยาวๆ เจอกันวันอาทิตย์ที่ 22  พฤษภาคม เวลาดี 18.00 น. เรียนเชิญทุกท่านครับ......สวัสดี


ปล.  มาช้าหน่อยเพราะเปิดเทอม แต่ยังไงก็ต้องมาเพราะผมลงทุนขับรถไปดู


อักษราพัฒน์
หน้า: 1 [2] 3 4 ... 10