กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10
21
เยี่ยมครับจารย์​
22

[size=10pt]เมื่อถึงเวลาแจ็คก็ยังคงฆ่ายักษ์ได้เช่นเดิม[/size]


โตโยต้า ลีกคัพ รอบ 64 ทีมสุดท้าย กลับมาอีกครั้ง ในปี 2016  ลำพูน วอริเออร์ กลับมาฟื้นคืนชีพอีกครั้ง หลังจากการบริหารงานภายใต้สมาคมชุดเก่าที่จัดแข่งไปแบบทุลักทุเล เราออกไปแพ้ ตาก ซิตี้ 1 – 2 ภายหลังมีประกาศยกเลิกล้มกระดานทั้งระบบ กลับมาแข่งรอบคัดเลือกใหม่อีกครั้ง  เป็นลำพูน วอริเออร์ ที่บุกไปลูบคมเจ้าบ้าน เพชรบูรณ์ เอฟซี ถึงถิ่น 1 – 0  เข้ารอบ 64 ทีม จับฉลากเจอกับ นกใหญ่ ชัยนาท ฮอลบิล ทีมดังจอมโหดจากไทยลีก

 
นัดนี้เปิดบ้านจัดทัพเต็มอัตราศึก ปรับผู้เล่น 1 ตำแหน่งจากนัดเสมอ น่าน เอฟซี 1 ตำแหน่ง พัก เบอร์ 17 ภานุวัฒน์  ศรีเภา เป็นสำรอง ส่งกองหน้า เบอร์ 25 โมฮัมเหม็ด  โฟฟาน่า  ลงเล่นแทน ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ยังยึดตัวหลักเช่นเดิม ประตู เบอร์ 22 ชานนท์  ธิลา  หลัง 4 คน แบ็คซ้าย เบอร์ 2 ณัฐกฤต  อินเสาร์   แบ็คขวาเบอร์25  พงศกร  ตาคำ  เซ็นเตอร์ฮาพคู่เดิม  เบอร์ 3 สุวัฒน์   จันทร์บุญภา กับ  เบอร์ 15 เอ็มมานูเอล  แวนโก๊ะ  แดนกลางเบอร์ 37 ประภาส  รัตนดี   เบอร์21 เรอิ  อิชิกาว่า  และกัปตันทีมเบอร์8  ชยพล  อุดรพันธ์  แดนหน้า 3 คน เป็นเบอร์25  โมฮัมเหม็ด  เอ็มโฟฟาน่า ยืนหน้าเป้า ขนาบข้างด้วย เบอร์10  ธิราวุฒิ  ธิวะโต  และเบอร์39 อภิชัย  กุออ  หวังฆ่านก(ยักษ์)ใหญ่ ให้ได้สักครั้ง


ส่วนชัยนาท ฮอลบิล ก็จัดทัพที่ดีที่สุดมาเยือน ด้วยสภาพทีมทีระส่ำระสาย แพ้รวดมา 4 นัด ทำให้อิสระ ศรีทะโน เครียดพอสมควร ในการจัดทัพ ประกอบกับผู้เล่นหลักๆเจ็บหลายคน ทั้งโชชิ  โมจิ  คาสึโต๊ะ  คูชิดะ จัดชุดที่ดีที่สุดหวังเก็บชัยชนะลดความกดดัน แนวรับ ชุดใหญ่ 3 คน นำโดย  โจ แต ควาน  ไพโรจน์  โสคำ  สมภพ  นิลวงค์  แดนกลาง  เรนัน  ดาซิลวา  พิชิต  ใจบุญ  แดนหน้าส่ง อเล็กซ์  สมเจตร  สัตตบุตร  จิตปัญญา  ทิสุต   


เกมการเล่นเป็นแบบสูสี ด้วยปัจจัยที่เอื้ออำนวยเรื่องของสนาม ดึงให้บอลของชัยนาทแทบไม่อันตรายไม่สามารถกดดันเราได้เลย เรียกว่าช่วง 30 นาทีแรก ชานนท์  แทบไม่ได้เจอลูกหนักใจเลยก็ว่าได้ มีแค่ไม่กี่ครั้งที่ได้หลุดไปเปิด แต่ก็ไม่แม่น โดยเฉพาะวิงแบ็คซ้ายอย่าง ชานนท์  สองด้วง  ที่ออกลูกเกเร เข้าบอลแต่ละทีมีแถม มีสอกตลอดเวลา ที่สำคัญคือ มาออกลูกศอกต่อหน้าต่อตากองทัพขุนศึกหริภุญชัย จึงต้องถูกตามล้างตามเช็ดตามระเบียบจนกดดันตนเองเล่นไม่เป็นธรรมชาติไปเสียอย่างนั้น


ประตูขึ้นนำของเราที่ได้จากจุดโทษนั้นมองมุมไหนเหลี่ยมไหนยังไงก็ต้องจุดโทษ  เพราะจังหวะเปิดเข้ามาเป็น อภิชัย  กุออ ที่ใช้ความเร็ว คล่อง ของเขา แทรกตัวเข้าไปในระหว่างคู่หลังของชัยนาท และอยู่ในเหลี่ยมที่ได้เปรียบที่จะวิ่งเข้าถึงบอลแน่นอน เป็น ไพโรจน์  โสคำ ที่ตัดสินใจเหนี่ยว อภิชัยไว้ ทำให้เปาเหนือต้องเป่านกหวีดยาวเป็นจุดโทษ เป็นกัปตันทีม ชยพล  อุดรพันธ์ รับหน้าที่ยิงไปตรงๆกลางประตู ส่งให้เราขึ้นนำไปก่อนในนาทีที่ 13   1 – 0 


พอเสียประตูชัยนาทเร่งเกมทันที แต่หาโอกาสยากมาก ฟรีคิกของ จิตรปัญญา  ทิสุต ก็เบา ตรงตัวของ ชานนท์  ลูกยิงจากนอกกรอบ จิตรปัญญา  ทิสุด ก็ติดเซฟ ชานนท์ อีกครั้ง สมเจต ก็ๆได้โขก บอลเกือบจะเสียบมุมอยู่แล้ว แต่ชานนท์  ธิลา ยังยอดเยี่ยมพุ่งปัดเอาไว้ได้อีกครั้ง จบครึ่งแรกที่สกอร์ 1 – 0
ครึ่งหลัง เป็นชัยนาท ที่เร่งเกมเข้าหาได้น่ากลัวมาก แต่กลับไม่อันตรายเท่าที่ควร เป็น ลำพูน วอริเออร์  มากกว่าที่ได้ยิงแบบจะๆ จาก ธิราวุฒิ  ธิวะโต แต่บิดข้อเท้ามากไปบอลชนเสากระเด้องออกไปแบบน่าเสียดาย ครึ่งหลังเราแทบไม่ได้เห็นเซฟสวยๆจาก ชานนท์ เลย ส่วนมากเป็นการเน้นเก็บบอล อ่านจังหวะออกมาตัดบอลมากกว่า ซึ่งเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม


เป็นชัยนาทที่พอทำไม่ได้หลายจังหวะออกลูกเกเร นอกเกมใส่เราในหลายๆจังหวะ ซึ่งบางจังหวะเราก็ไปตามเกมเขามากไปหน่อย ซึ่งต้องลดภาวะอารมณ์ ควบคุมตนเองไว้ให้ได้ เพราะบอลเราได้เปรียบเรื่องสกอร์อยู่ มีจังหวะเดียวที่ สุวัฒน์ ไปแถมในจังหวะติดพันทำให้รับใบเหลืองไป 1 ใบ ที่เหลือเราทำได้ดีทีเดียว และเป็น ไพโรจน์  โสคำ ของชัยนาท ที่หลุดไปเล่นนอกเกมชักศอกใส่ ตัวสำรองของเรา อย่าง เอกชัย  พิษณุ โดนใบแดงโดยตรงไล่ออกไป

 
ท้ายเกมชั้ยนาท สาดยาวหวังเอาคืน เป็นเราที่โต้กลับหลุดไปที่ละสามสี่คน แต่จบไม่ได้ ไม่เนียน ไม่นิ่งเท่าที่ควร ทำให้ต้องกลับมากดดันอีกในหลายๆจังหวะ ซึ่งเมื่อโอกาสมาถึงเราต้องทำให้ได้ เอาให้เน้น ตีงูต้องตีให้ตาย อย่าไปตีเล่น หลังจากกดดันที่บุกแล้วทำไม่ได้ กลัวว่าจะโดนท้ายเกม


ผ่านการทดเวลาไป 4.30 นาที จักรตราวุธ  จุลมาศ จึงเป่านกหวีดยาวเป็นสัญญาณแห่งชัยชนะของราชันโคขาว ลำพูน วอริเออร์  พิชิตนกใหญ่ ชัยนาท ฮอลบิล ไป 1 – 0 เขียนตำนานแจ็คผู้ฆ่ายักษ์ บทที่ 1 สำเร็จ ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายอีกครั้ง ท่ามกลางเสียงโห่ร้อง กระโดดโลดเต้น ร้องรำทำเพลงของพี่น้อง สาวกโคขาวดังกระหึ่มสนาม


ครับต้องบอกว่าเหนือความคาดหมาย ก่อนแข่งผมคนหนึ่งละที่คาดว่าเราอาจประสบความยากลำบากในการเก็บชัยชนะกับทีมระดับไทยลีก เพราะเชื่อว่า ชัยนาท ไม่ทิ้งแน่ มาเต็มแน่ๆ เพราะเขากดดันหนักมาก มีเพื่อนๆ พี่ๆ หลายท่านถามทัศนะมาว่า คิดว่าผลเป็นไง ผมตอบเขาไปว่าเรายากจะชนะ แต่ถ้าเราแพ้เราจะแพ้แบบสูสี


ประตูขึ้นนำไม่ได้ทำให้ผมอุ่นใจกับชัยชนะ แต่ฟอร์มที่ชัยนาท แสดงออกมาในสนามทำให้ผมอุ่นใจมากกว่า พวกเขาเล่นได้ไม่เข้าขากันเลย ชัยนาทเป็นทีมที่เล่นหลัง 3 ตัว เมื่อจังหวะดันบุก วิงแบ็คขึ้นสุด แต่เวลาลงบางทีไม่สุดคือลงไม่ทัน เรามีข่องเจาะได้เยอะมาก ประกอบกับตัวตัดเกมที่ส่งลงมาผมว่าไม่เนียนเท่าที่ควร ทำได้ไม่ถึงระดับท็อป ยิ่งมาเจอสนามปราบเซียนอย่างแม่กวง ที่เต็มไปด้วยหลุม ทราย ต่อให้ทักษะดีแค่ไหน บลาซิลทักษะดีระดับ คูตินโญ่  เมสซี่  มาเจอแม่กวงละก็ เสร็จ แวนโก้ แน่นอน5555


จบเกมนี้ต้องชมสต๊าฟโค้ชและนักเตะที่ช่วยกันเล่นตามแผนที่วางไว้ แผงหลังทำได้ดีมากที่ไม่ผิดพลาดเลย แวนโก้ ยังแข็งแกร่ง ดุดัน แม้นจะไม่มีความเร็วแต่ทางบอลและความทุ่มเท ทดแทนได้แบบเกิน100 สุวัฒน์ ก็ปักหลักได้มั่นคงแข็งแกร่ง เยือกเย็นในจังหวะสกัดหนักแน่นในจังหวะเข้าบอล แต่อาจต้องปรับอารมณ์ลงนิด ควบคุมตัวเองให้ดี แบ็คซ้ายก็ทำได้ดีขึ้น มั่นคง ส่วนแบ็คขวานั้นสุดยอดมาตลอดอยู่แล้ว


ต้องชมสต๊าฟโค้ชที่กล้าตัดสินใจ กล้าเปลี่ยนทีม การถอยเอา ชยพล  อุดรพันธ์ ลงต่ำไปเล่นแดนกลาง แทนที่จะเล่นเป็นหน้าขวา ในระบบ 4-3-3 ทำให้ ชยพล เล่นเป็นธรรมชาติมากขึ้น ได้บอลแล้วให้ง่ายๆ ไม่ต้องม้วนไปมาเหมือนเล่นหน้าขวา เมื่อเขาจับคู่กับเรอิ และประภาษ ผมว่านี่คือกลางที่น่าจะลงตัวกว่าหลายๆนัดที่ผ่านมา เหลืออีกนิดที่ต้องไปคิดต่อว่า ถึงเวลาเล่นเกมรุกใครจะขึ้นสูงเพื่อช่วยกองหน้า และแถวสองใครจะเก็บตกยิงสวนเข้าไป ซึ่งเป็นหน้าที่โค้ชที่ต้องไปทำการบ้านมาและผมเชื่อว่าโค้ชเราเก่ง มีประสบการณ์น่าจะแก้ไม่ยาก


การเติม โมฮัมเหม็ด โฟฟาน่า ลงไปก็ถือว่าใช้ได้ แม้นเขาจะไม่สามารถพักบอล พลิกบอลได้ แต่ความทุ่มเทในการวิ่งไล่ วิ่งปิดช่องทำได้ดีทีเดียว เรียกว่า ปิดเกมตั้งแต่แดนหน้า แนวรุกด้านข้างก็ทำได้ดีทั้งสองคน ทั้ง ธิราวุฒิ ที่ผมคุยกับหลายๆคนว่าเขาไม่เหมาะเป็นหน้าเป้าเดี่ยวๆ คือต้องมีคนค้ำ คนช่วยเขา ส่วนอภิชัยนั้น ทุ่มเทเต็ม 100 ยอดเยี่ยมเสมอ


ครับเป็นอีกเกม ที่ลำพูน วอริเออร์ มอบความสุขให้กับแฟนบอลก่อนวันสงกรานต์อีกครั้ง ต่อไปก็ลุ้นให้เจอทีมใหญ่ระดับไทยลีกต่อไป ซึ่งแน่นอนเราจะได้เล่นในบ้านไม่ว่าใครจะมาเยือน และแน่นอนเราจะได้เปรียบเรื่องสนามแน่นอน จะว่าไปสนามไม่ดีเป็นหลุมเป็นบ่อ มีทรายปะปน ประกอบด้วยหญ้าแห้งในบางทีก็ดีเหมือนกันยักษ์มันล้มง่ายดี แต่ถ้าให้ดีปรับปรุงให้จะดีกว่านะครับ ขี้เกียจเป็นขี้ปากชาวบ้านว่าชนะเพราะสนามไม่ดี อยากพิสูจน์ให้เห็นว่าเรามีฝีมือเหมือนกัน ไม่ใช่สนามอย่างเดียวที่เป็นตัวช่วยของเรา ไม่เชื่อใช่ไหม  ปรับปรุงสนามให้เราสิ แล้วเราจะพิสูจน์ให้เห็นว่าฝีเท้าเราดี ถ้าสนามดี มันจะดีกว่าที่เป็นอยู่  กล้าไหม องค์การบริหารส่วนจังหวัดลำพูน กล้าไหม ใจไหม ครับเจ้านาย



อักษราพัฒน์ 10 / 4 / 2559


ปล. ขอบคุณเสียงเชียร์อันกึกก้อง แล้วเราจะเขียนประวัติศาสตร์ร่วมกันอีกครั้ง
23
พูดคุยทั่วไปเกี่ยวกับสโมสร / Re: โปรแกรม AIS League 2014 โซนเหนือ ฉบับเต็ม
« กระทู้ล่าสุด โดย cocore เมื่อ มกราคม 27, 2016, 03:18:00 PM »
 ;D นานไปแล้ว
24
ยอดเยี่ยมเช่นเคย
25

          ลำพูน วอริเออร์ กลับอาเล่นในบ้านอีกครั้งในเลกที่ 2 เปิดบ้านรับการมาเยือนของนักสู้เมืองมะขามหวานหวาน เพชรบูรณ์ เอฟซี ที่ปีนี้ฟอร์มดีเคยไต่ขึ้นไปยืนถึงอันดับที่ 5 ของตาราง ส่วนลำพูน ของเราก็ไม่น้อยหน้า เล่นในบ้านได้แข็งแกร่งสองนัดหลังชนะรวด ทั้งการชนะสิงห์บุรี ในบ้านมา 1 – 0 และนัดล้มยักษ์ แบ็งค์ค็อก แบบช็อคแฟนๆด้วยสกอร์ 2 – 1  แต่เปิดเลกสอง มีสะดุดออกไปเสมอสิงห์บุรี 0 – 0 เก็บ 1 แต้มกลับบ้านมาได้ นัดนี้จึงหมายมั่นปั้นมือคว้าสามแต้มให้ได้

           นัดนี้มีการปรับทัพพอสมควรเมื่อต้องเสียกำลังหลักไปสองคนกับการติดโทษแบนคือ พงศกร  ตาคำ ที่ติดโทษแบน 2 นัด  กับ รณพีร์  เชยคำดี ซึ่งติดโทษแบน 1 นัด  นัดนี้ผู้รักษาประตูยังเป็น ชานนท์  ธิลา  แบ็คซ้าย สหรัฐ  แก้วแสนใส  แบ็คขวาเป็นนักเตะดาวรุ่ง ศิโรม  กาศศรีนุช คู่เซ็นเตอร์เป็น  เอ็มมานูเอล  แวนโก๊ะ กับ  สุวัฒน์  จันทร์บุญภา  แดนกลางเป็น จอมเก๋า พิทักษ์  พิทักษ์โกศล จับคู่รับกับ สุรศักดิ์  คำพันธ์  ทางขวาเป็น ชยพล  อุดรพันธ์  ซ้าย ปรีชา  ซูซูกิ  หน้าคู่เป็นเด็กลำพูน คือ ธีรวุฒิ  วงค์ตัน กับ วชิระราช  กันยโรจน์ 

          สารภาพตามตรงช่วง 10 นาทีแรกผมมาดูไม่ทันเพราะว่าช้าไปนิดหนึ่งไม่ใช่อะไรครับ ผมเอารถไปจอดตรงลานว่างหน้าสนามกีฬาเพราะเห็นว่ามันว่างคงจอดได้ไม่เป็นไร พอจอดเท่านั้นละคุณหน้ามหาภัยเจื้ยแจ้วมาเลยครับ ขอเก็บค่าจอด 10 บาท ผมก็เลยคิดในใจว่าทุกทีไม่เห็นเก็บ ก็เลยตัดใจวนรถหาที่จอดใหม่ตรงข้างสนามพอดี ม่ใช่ขี้เหนียวครับแต่ว่าเล็กน้อยก็จะเอาคงไม่ไหวมั้งครับ

          พักเรื่องที่จอดรถ 10 บาทเป็นเบื้องหลังไป มาดูกันที่เกมส์กันดีกว่า พอขึ้นอัฒจรรย์มาไม่ทันไร ผู้รักษาประตูตัวอ้วนเพชรบูรณ์ มันก็เจ็บทันที แรกๆผมก็ว่ามันอาจเจ็บจริง หลังๆมามันเจ็บทุกครั้งที่บอลถึงมือมัน แม้นว่าไม่มีใครเข้าปะทะมันก็เจ็บของมันเอง แบบว่ากูจะเจ็บมึงจะทำไม โธ่ๆๆๆๆ  น้องครับ มึงนี่สแด่วแห้วจริงๆ อายุน้อย ฝีมือพอใช้ได้ แต่แหม่นิสัยแบบนี้สมควรท่องคำว่าสปิริตสักพันจบ พร้อมกับคัดลายมือ 500 จบมาส่ง พร้อมคำแปล จะได้ถ่องแท้เรื่องนี้บ้าง ฟุตบอลเป็นเกมส์กีฬาที่มีทั้งศาสตร์+ศิลป์ มีแท็คติกผมเข้าใจ แต่ที่น้องผู้รักษาประตูใช้ผมไม่เรียกว่าแท็คติก ผมเรียกมันว่า มารยาหาขวด อย่าเลยครับน้อง ลำพูนจุดเดือดต่ำซะด้วย อนาคตดี ทีมวัยรุ่น โชว์ออกมาหน่อยสปิริต บอลแบบเดิมๆม้วนๆนอนๆอย่าเลยครับ

          ส่วนเรื่องแท็คติคเกมส์นั้นจัดบอดครึ่งแรกของเราที่เห็นได้ชัดผมขอชี้ไปที่เรามีตัวรับที่ถอยต่ำพร้อมกัน 2 คน คือทั้ง สุรศักดิ์และพิทักษ์ ที่สองคนถอยต่ำเล่นเกมส์รับทั้งสองคน พิทักษ์เป็นตัวเปิดบอลจ่ายสั้นยาวซ้ายขวา ส่วนสุรศักดิ์นั้นมีลูกบ้า+ขยัน วิ่งไม่หมด ซึ่งพอเข้าใจได้ว่าต้องการให้ สุรศักดิ์บี้แดนกลางแย่งบอลให้ได้แล้วต่อให้พิทักษ์เปิดเกมส์ แต่เมื่อลงไปแล้วสองคนกลายเป็นทับซ้อนกัน ไม่มีตัวเชื่อมระหว่างกลางถึงหน้า ขณะที่ปีกสองข้างนั้นก็ไม่ใช่ประเภทกระชากหายหรือมีความเร็วมากมายทั้ง ชยพล และ ปรีชา ที่พยายามถ่างออกข้าง พยายามดึงกองหลังออกไปแต่ไม่เป็นผล เพราะเพชรบูรณ์ไม่เปิดชองเลย เซ็นเตอร์ฮาฟ 3 คน ยืนตำ ขนาบด้วยวิงแบ็คสองข้างที่ลงมาช่วยปิดอีก ประกอบกับกลางของเราไม่สามารถเชื่อมเกมส์ได้ เพราะแนวรุก 4 ตัว ยืนสูง และนิ่งเกินไปไม่ขยับหาช่อง ไม่มีตัวที่ถอนลงมาเพื่อรับบอลจากแดนกลาง ทำให้ได้แค่ขวางบอลไปมา พื้นที่ ระดับ ครึ่งสนามไปถึง 40 หลาหน้าเขตโทษว่างมาก ไม่มีแนวรุกเราถอนมาเล่นบอล ขณะที่ 40 หลาลงไป แนงรับเพชรบูรณืตั้งสองชั้น หลัง 5 ตัว บวกกลางอีก 4 กลายเป็นรับ 9 ตัว ทิ้งหน้าแค่คนดียว บอลจึงทำได้แค่ขวางไปมา ล็อคไปล็อคมา จนดูขัดหูขัดตาน่ารำคาญซะงั้น

          ขณะที่ใจของนักเตะก็ไม่หึกเหิม ผมไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขา ดูเหมือนทุกตำแหน่งดูเหงาซึมเซายังไงชอบกล ขาดความหึกเหิมกระเหี้ยนกระหือรือเล่นไปเล่นมากลายเป็นว่าพลาดกันคนละเล็กละน้อย จนเสียประตูไปซะอย่างงั้นทั้งที่ไม่มีอะไรเลย พอเสียประตูก็เหมือนใจลอยประมาณมวยมองหามุมพี่เลี้ยงว่าจะเอาไงดี พอเหม่อลอยเพชรบูรณ์ก็ได้ที่ลุยใส่เรา ดีที่รอดมาได้ถ้าโดนสองลูกเข้าไปคงหาทางกลับยาก

         ผมไม่แน่ชัดว่ามีการแก้เกมส์หรือใครพูดอะไรในห้องแต่งตัว แต่พอลงมาแล้วแก้โดยการถอดกลางรับออก 1 คน นั่นคือ สุรศักดิ์  คำพันธ์ ออก แล้วส่ง อภิชัย  กุออ มาลากเลื้อยทางขวา พร้อมกับถอดเอา วชิระราช ออก ส่ง อาเบล ลงมาแทน กลับมาเล่นแบบมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ความแตกต่างเลยเกิดขึ้น มีโอกาสได้ต่อบอลสวยๆ มีโอกาสได้จบหลายครั้งแต่ไม่คมพอ จนได้ประตูจากจุดเริ่มต้นลูกตั้งเตะทั้งสองลูก ลูกแรกเป็นธีรวุฒิ ที่ซ้ำจ่อๆเข้าไป ส่วนลูกที่สองเป็นผลงานของ แวนโก๊ะ ที่โหม่งจ่อๆที่เสาสองเข้าไป ซึ่งที่มาก็ต้องชม อภิชัย ที่เก๋าเกมส์มากๆ บังทางเมื่อเห็นนักเตะเพชรบูรณ์วิ่งเข้ามาพอถึงตัวล้มทันทีจนเป็นที่มาของประตูนำชัย นี่คือความเก๋าบอกกับการใช้อาวุธหนักของเราคือลูกตั้งเตะซึ่งนำมาใช้โจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           แม้นจะเก็บชัยได้แต่ก็เหนื่อยมากพอตัว ความกดดัน ที่สร้างขึ้นมาเองนั่นแหละมันจะพาทีมให้อับจน ธรรมชาติแฟนบอลลำพูนคงเข้าใจอยู่ว่าไม่ชอบประเภทไม่วิ่ง ไม่สู้ พร้อมโห่ทุกเมื่อที่เล่นแบบเหยาะๆแหยะๆครึ่งๆกลาง ฟอร์มครึ่งแรกเป็นฟอร์มที่คนดูไม่สบายใจ ไม่ชอบใจแน่ แม้นแต่ผมก็เผลอด่า เผลอสบถไปหลายที เพราะการเล่นแบบนี้มันไม่ใช่ราชันโคขาวมันไม่ใช่ลำพูน วอริเออร์ ที่บดบี้ตั้งแต่นาทีแรก จนนาทีสุดท้าย สู้จนสุดฤทธิ์ ผมก็เข้าใจว่าทุกคนในสนามสู้แต่มันดูหงอยเหงาแบบแมวเซาชอบกลนัก ดูไม่หึกเหิมประม่าเอามากๆ ซึ่งเป็นหน้าที่ของทีมงานที่ต้องปลุกใจให้ลุยตั้งแต่แรก แล้วเสียงเชียร์จะมา ความกดดันก็จะลดไปตามลำดับ ถ้าไม่แล้วเล่นแบบเหงาเซาเป็นแมวความกดดันก็จะตามมา เมื่อนั้นท่านก็หลีกเลี่ยงไม่ได้กับเสียงโห่ฮาที่จะตามมา

          พูดถึงประเด็นการโห่ฮานั้นในเกมส์ๆหนึ่งมันต้องเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ว่าจะเกิดจากปัจจัยอะไร มันห้ามไม่ได้ห้ามยากมาก ขนาดบอลอาชีพระดับไทยลีก หรือของต่างประเทศมันก็มีกันไปทั่ว แน่นอนทีมเราก็คงหลีกหนีไม่พ้น ทุกคนเจอแน่นอน ในภาวะที่อะไรก็ไม่เป็นใจ ในภาวะที่ไม่สบอารมณ์ก็ต้องมีเสี่ยงโห่ฮามาเป็นระยะ แต่ถ้าเสียงโห่นั้นมันนำมาซึ่งจุดเริ่มต้นแห่งการตื่นขึ้นมาวิ่งไล่กัดไล่บี้ไม่ปล่อยแล้วนำมาซึ่งชัยชนะผมว่าคุ้มอยู่นะ ผมชอบใจประโยคของนักเตะท่านหนึ่งที่กล่าวว่า “ เขาดีใจที่ทำได้ ดีใจที่ทำเสียงโห่ในครึ่งแรกกลายเป็นเสียงเฮเมื่อจบเกมส์ “

          จงจำไว้ คิดไว้เสมอว่านี่คือบอลอาชีพ เราวิ่งอยู่ในสนามท่ามกลางแฟนบอลเหยียดสองพันคน เล่นดีเขาเชียรื เล่นไม่ดีเขาโห่ ตามจังหวะตามเกมส์ จบเกมส์แล้วจบกัน ผมเชื่อว่ากองเชียร์เขาก็จะกลับมาเชียร์ตามเดิม จงพิสูจน์คุณค่าของคุณด้วยผลงาน  การอยู่ในที่แจ้งคนเห็นเยอะย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะรับทั้งส่วนดีและไม่ดี วันนี้เรารับไม่ค้อนก้อนดิน คำสบถคำเหยียดหยาม สักวันเราก็จะได้รับดอกไม้คำชมได้เช่นกัน  ทำใจยอมรับยอมรับมันให้ได้ ก้าวผ่านมันไปด้วยความเข้มแข็ง ด้วยใจที่กร้าวแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นนักเตะที่มาจากจังหวัดไหนแหละครับผมเชื่อว่าพี่น้องคนลำพูนพร้อมเชียร์

           จบเกมส์ก็จบกันไป ไม่มีใครตามด่าตามไล่ล่าให้จมดินหรอกครับ แค่อย่าขุดให้เป็นประเด็นดราม่าเลย ไม่งั้นยาวแน่ๆ มันต่อความยาวสาวความยืดไม่หมดสักที การจะก้าวไปเป็นยอดนักเตะนอกจากฝีเท้าแล้ว หัวใจก็เป็นสิ่งสำคัญ สวมใยเหล็กให้หัวใจแล้วก้าวต่อไปเชื่อแน่ว่าความสำเร็จจะมาถึงคุณแน่นอน...สวัสดี


อักษราพัฒน์ 13 / 7 / 58

27

          ราชันโคขาว ลำพูน วอริเออร์ ยกพลออกนอกบ้านทำศึกหนัก กับช้างศึกมังราย เชีบงราย ซิตี้ ซึ่งเจ้าบ้านฟอร์มแรงมาก 2 นัดล่าสุดไล่ถล่มทั้งสิงห์บุรี กับ นครสวรรค์ไปทีมละ 5 เม็ด ส่วนทีมเยือนราชันโคขาว ฟอร์มยังลุ่มๆดอนๆ 3 นัดหลังสุด ชนะ เสม แพ้ อย่างละนัด โดยเฉพาะนัดที่ผ่านมาพลิกแพ้พะเยาไปแบบเฉื่อยชาในบ้าน

          เกมส์นี้ทางสต๊าฟเน้นเต็มที่ เพื่อหวังมีแต้มกลับบ้าน 11 ผู้เล่นตัวจริงยังคงตัวหลักจากนัดที่แล้ว มีการปรับแค่ 2 ตำแหน่งโดยใช้ ณัฐวัฒน์  วงศ์ศรี เล่นกลางแทน ชยพล  อุดรพันธ์ ด้านซ้ายเป็น อภิชัย  กุออ หน้าเป้าวางใจ อาบูบาก้า  กามาร่า ที่ฟิตกลับมาสมบูรณ์เต็มที่แล้ว ส่วนเจ้าบ้าน ขาดตัวหลักไป 1 คนนั่นคือ อนุสรณ์  เขียวชอุ่ม แต่ก็ยังมีตัวทีเด็ดนำทีม นำโดย เบอร์ 21 วัชรากร  ไกลถิ่น และเพลเมกเกอร์เบอร์ 9 ชยานนท์  คำแก่น และกัปตันทีมธนันชัย  บุญศรี

           เกมส์นี้เล่นกันท่ามกลางหมอกควันที่หนามากบวกกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าวเป็นอย่างมาก เริ่มเกมส์เป็นเราที่เริ่มตั้งเกมโจมตีเร็วและเกือยบขึ้นนำจากจังหวะแรกที่ อภิชัย  กุออ โขกบอลไปชนเสาเต็มๆเด้งออกมาก่อนกองหลังจะเคลียร์ออกไป ช่วง 10 นาทีแรกดูเหมือนเชียงรายจะหยั่งเชิงเราก่อนปล่อยให้เราโจมตีได้ แต่พอผ่าน 10 นาทีไปแล้วดูเมือนเชียงรายจะตัวใหญ่ขยับสูงขึ้นที่สำคัญนักเตะรู้ใจกันมากขยับช่องหากันได้อย่างลงตัว และก็มาเสียประตูให้เชียงราย ซึ่งต้องชมว่าเป็นประตูที่งดงามด้วยความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นหมายเลข 9 ชญานนท์  คำแก่น ที่พาบอลแหวกแดนกลาง 3 คนแล้วยิงหักข้อบอลเข้าเสาสองไปแบบหมดสิทธิ์ป้องกัน ส่งเชียงรายขึ้นนำ 1 – 0

          หลังจากนั้นก็ดูเหมือนเชียงรายจะคุมได้หมดทั้งบอลชิ่ง บอลเร็ว บอลจากด้านข้างประเคณใส่เราแบบเจียนอยู่เจียนไป ตบท้ายด้วยลูกชิฟคลาสสิคของ ชญานนท์   ที่บอลไปโดนคานเต็มๆอีกลูก  แต่เราก็ต้านทานด้วยดีพอท้ายเกมส์เชียงรายผ่อนเกมส์เราจึงกดดันได้อีกครั้งและประตูก็มาทันที จากปรีชา  ซูซูกิ ที่ซัดบอลตรงกรอบ 18 หลา บอลเบียดเสาเข้าไปแบบสะใจกองเชียร์ลำพูน วอริเออร์ที่ตามไปเชียร์ถึงขอบสนาม

           ครึ่งหลังเราได้เห็นการแก้เกมส์ของกุนซือทั้งสองฝั่งที่ห่ำหั่นกันถึงพริกถึงขิง ซึ่งกลับมาครึ่งหลังเราทำได้ดีกว่านิดหย่อย กับการปิดเพลเมกเก้อ หมายเลข 9 ชยญานนท์ ไม่ให้เล่นบอลง่าย ซึ่งต้องใช้การรุมกินโต๊ะซึ่งเราทำได้ดี ทำให้ ชญานนท์ไม่ได้เล่นบอลตามจังหวะถนัดของเขา เราจึงสามารถขยับเกมส์กดดันได้ แต่ด้วยมาตรฐานแนวรุกของเราที่เถอะถะเหลือเกินทำให้โอกาสในการยิงถูกจำกัดลงบุกขึ้นไปแล้วไม่ได้จบกดดันเชียงรายมากนัก เป็นเชียงรายที่ตั้งมั่นแข็งแกร่งคอยหาจังหวะโต้กลับและก็ได้ประตูจากลูกครอสจาริมเส้นฝั่งขวา บอลเลยมาถึงเสาร์สองที่มี ณัฐวัฒน์  วงค์ประเสริฐ ซัดเต็มข้อเข้าไปแบบง่ายๆ

           พอเสียประตูเราก็ต้องเติมเกมส์รุกเข้าไป ทั้งอีซา  ดาร์แม ที่แทนสุวัฒน์ แพร้อมถอยเอา พงศกร  ตาคำ ไปเล่นแบ็คขวา แทน ซึ่งก็เริ่มขยับเกมส์ทำได้ดีขึ้น แต่จังหวะยิงนั้นหายากมากเพราะบอลไปตายแดนหน้าตลอด จนมาเกิดจังหวะปัญหาขึ้น เมื่อ บอลโต้กลับของเชียงราย เมื่อ วิคค์เตอร์  วาโวเวียร์ ได้บอลแล้วหลุดไปเป็นกองหลังกับประตูที่ไม่รู้กัน โดน วิคค์เตอร์เบียดมาด้านหลัง ถึงบอลแล้วยิงเข้าประตูไป แต่ผู้ตัดสินกลับไม่ให้เป็นประตู นำมาซึ่งเสียงห่จากฝั่งเจ้าบ้านอย่างหนัก ซึ่งประเด็นนี้หลายท่านอาจยังงงๆว่าทำไมไม่ได้ประตู หลายท่านเข้าใจว่าผู้ตัดสินเป่าหยุดเกมเพราะนักเตะเชียงรายนอนเจ็บอยู่ พลางบอกว่าเราโชคดีที่ไม่เสียประตู

           ผมขออนุญาตอธิบายจังหวะตรงั้นว่ามุมมองของกรรมการนั้นมองว่าผู้เล่นหมายเลข 11 วิคค์เตอร์  วาโวเวียร์ ไปทำฟาวส์กองหลังของเรา ถ้าท่านมองตามดีๆจะเห็นว่าจังหวะ วิคค์เตอร์ควบไปนั้นมีกองหลังเราวิ่งบังทาง พร้อมกับผู้รักษาประตูของเราวิ่งมาจะเล่นบอล แต่อยู่ๆก็ชะงักกันไปซึ่งเป็นไปได้ว่าเกิดการผลักกันด้านหลังของวิคค์เตอร์ ผู้ตัดสินจึงเป่าเป็นลูกฟาวส์ไปก่อนแล้ว ประกอบกับจังหวะนั้นไฟในสนามดับพอดีเรื่องเลยไม่บานปลาย ( ถ้าเป็นแม่กวงสเตเดี้ยมนี้ไม่อยากคิดเลยว่าจะออกมาแบบไหน ยิ่งไฟดับด้วยนี่ยิ่งน่าคิด.....) ถ้าดูเกมส์ต่อมาหลังจากที่ไฟติด จะเห็นว่าผู้ตัดสินตั้งบอลให้เราเตะขึ้นมา ซึ่งแสดงว่าผู้ตัดสินให้เราได้ฟาวส์ เพราะถ้าเป่าหยุดเกมส์เพราะเจ็บจะต้องมีการดร็อปบอล ประเด็นนี้จึงเคลียร์ไป

          หลังกลับมาเล่นเราก็เติมกองหน้าอีกคนโดยใช้ หมายเลข 20 สันติศักดิ์  ทัดเที่ยงลงไปแทน อภิชัย ซึ่งทำได้ดีทีเดียวอาศัยความเร็ววิ่งแซงแนวรับไปจิ้มบอลแต่ประตูยังป้องกันได้ดี ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเป็นเราที่ครองเกมส์ได้ดีกว่าแต่ปิดไม่ลง จึงต้องก้มหน้ารับความพ่ายแพ้ไป ตามระเบียบ

            ครับ ผ่านไป 6 นัดเรามี 8 แต้ม แบ่งเป็นผลงาน ชนะ 2 เสมอ 2 แพ้ 2 ได้ 5 เสีย 5 ประตู+0 จะเห็นว่า 5 นัดผ่านไปงานหนักของโค้ชยังมีอีกมากจริงๆ ข้อเสียของการรวมทีมกันได้ไม่นานและแกนหลักที่เล่นด้วยกันใหม่หมดทั้งทีม ทำให้ระบบความสัมพันธ์ในทีมขาดหายไป ซึ่งต้องใช้เวลาในการเรียนรู้และอดทนมากๆ ตรงข้ามกับเชียงราย ที่โค้ชตุ๊ นิรุตน์  ศรีทอง ใช้เวลาอยู่กับทีมนี้มา 3 ปีกว่า สร้างระบบความสัมพันธ์ในทีมได้อย่างยอดเยี่ยม เมื่อระบบได้เด็กเข้าใจในแนวทางการเล่น ก็เติมนักเตะใหม่เข้ามาตามตำแหน่งที่ต้องการนี่คือระบบการเตรียมทีมบอลลีกที่ต้องการความต่อเนื่องในการทำทีม ผมได้แต่ฝันว่าเมื่อไหร่เราจะได้เห็นการเตรียมทีมระยะยาวไม่ใช่3-4 เดือน แต่ในระยะยาวมันหมายถึง 3 ปีขึ้นไป ซึ่งเราไม่มีในจุดนี้มันจึงเป็นการยากมากที่ระบบทีมจะดีเล่นกันแบบเข้าขารู้ใจ
ไม่ใช่ว่าทีมนี้เล่นไม่ดีเล่นได้ดีถ้ามีความกล้า...ซึ่งต้องย้ำว่าเล่นได้ดีถ้ามีความกล้า....ความกล้าจะเป็นแรงผลักดันให้ทีมก้าวไปด้วยใจหึกเหิม เมื่อไหร่ก็ตามความกล้าเปลี่ยนเป็นเกร็ง ความไม่เป็นธรรมชาติจะเกิดขึ้นพาลเล่นไม่ออกแบบเฉื่อยๆ แข้งขาไม่มีแรงเหมือนนัดพ่ายพะเยาคาบ้าน นั่นคือภาพของอาการเกร็ง แบกรับความคาดหวัง ความกดันไม่ไหว เล่นไม่ออกเฉื่อยชากันไปเสียอย่างนั้น

           เป็นการบ้านทีมงานโคชที่ต้องปลุกเราความกล้า กล้าเล่น กล้าไป กล้าลุยไปข้างหน้า อย่าได้กล้าๆกลัวๆ กล้าในที่นี้ต้องรวมกันทั้งสต๊าฟโค้ช ที่ต้องกล้าในการวางแท็คติกเข้าสู้ จัดตัวตามตำแหน่ง สั่งนักเตะสู้ตายถวายหัวอย่ากลัว ซึ่งมันต้องเริ่มจากแท็คติกของโค้ชก่อนว่ากล้าแลก กล้าสู้ไหม เมื่อแทคติกกล้าสู้ เปิดหน้าใส่กันผมว่านักเตะถวายหัว กองเชียร์ถวายใจ ถ้าแบบครึ่งๆกลางๆเกร็งดูไปง่วงไปเหมือนนัดพ่ายพะเยา อันนี้ก็ลำบากหน่อย.....นัดหน้าไม่ต้องการอะไรมากสู้ไหม กล้าไหม ลุยไหม แค่นั้นครับ ขอเล่นแบบ 10 นาทีสุดท้ายที่เชียงราย ผมก็พอใจแล้ว...สวัสดีครับ


อักษราพัฒน์ 22 / 3 / 58


เพิ่มเติมระเบียบการแข่งขัน กรณีไฟฟ้าดับดังนี้
3.11 ไฟฟูาส่องสนามดับระหว่างการแข่งขันแล้วแข่งต่อได้ ต้องระวางโทษ ดังนี้
ก. ไฟฟ้าดับแล้วแข่งต่อได้ (ภายใน 30 นาที)
ครั้งที1 ปรับ 10,000  บาท
ครั้งที2 ปรับ 20,000 บาท และห้ามแข่งขันหลัง 15.00 น
ข. ไฟฟูาดับแล้วแข่งต่อได้ (ภายใน 60 นาที)
ครั้งที1  ปรับ 15,000.- บาท
ครั้งที2 ปรับ 30,000.- บาท และห้ามแข่งขันหลัง 15.30 น.
3.12 ไฟฟูาส่องสนามดับระหว่างการแข่งขันแล้วแข่งต่อไม่ได้ตามข้อ 3.8 ต้องระวางโทษ ดังนี้
ก. ครั้งที่ 1 ปรับทีมเป็นแพ้ และปรับ 30,000.- บาท
ข. ครั้งที่ 2 ปรับทีมเป็นแพ้ และปรับ 60,000.- บาท และห้ามแข่งขันกลางคืน

หมายเหตุ : กรณีเชียงรายเข้าเกณฑ์ ข้อที่ 11.1 ก. ต้องโดนปรับ 10,000 บาทครับ
29
สื่อบางช่องก็รายงานไม่หมด เอาแต่ภาพความรุนแรงมาออก ต้นเหตุก็ไม่เสนอ แย่มากคับ
30
อย่าให้คนที่อื่นมาเหยียยบย่ำหัวใจคนลำพูนด้วยวิธีนี้
หน้า: 1 2 [3] 4 5 ... 10