ผู้เขียน หัวข้อ: ราชันโคขาว ไล่ตีเสมอ ดาบหักพิฆาต สุดมัน 3 - 3  (อ่าน 909 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

อักษราพัฒน์

  • โคขาว
  • ****
  • เพศ: ชาย
  • You"ll never walk alon
    • ดูรายละเอียด
               

                ลำพูน วอริเออร์ ลงเล่นในบ้านเป็นนัดที่สองติดต่อกัน รับการมาเยือนของดาบหักพิฆาต อุตรดิตถ์ เอฟซี ที่อยู่ท้ายตาราง แต่มีดีที่นักเตะต่างชาติที่เล่นกันได้ดีทุกคน ส่วนลำพูน วอร์ริเออร์ คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นั่นคือสามแต้มในบ้านเท่านั้น เพื่อขึ้นนำจ่าฝูงของตารางแม้นจะเป็นเพียงชั่วข้ามคืนก็ตาม

               
               แต่การจัดตัวกลับมีเซอร์ไพร้ซ์ให้ได้ลุ้นเมื่อมีการปรับเปลี่ยนแนวรับและแนวรุกสองตำแหน่ง โดยเกมรับพักสุวัฒน์   จันทร์บุญภา แล้วส่ง รณชัย  จินาเกตุ ลงเล่นแทน ขณะที่แนวรุกไม่ใช้ จิมมี่  โซล่า ซึ่งพอเข้าใจได้ด้วยสภาพความฟิตของเขา จึงปรับแผนมาใช้ อาเหม็ด   โฟฟาน่า ยืนหน้าเป้าแทน ขนาบข้างด้วย อภิชัย  กุออ  และ สุรศักดิ์  เย็นใจ แดนกลาง ประภาส  รัตนดี คุมเกมร่วมกับกัปตันทีม ชยพล  อุดรพันธ์ และ รัชชานนท์  ศรีหวงค์ แนวรับจัด รณชัย  จินาเกตุ จับคู่กับ เอ็มมาร์นูเอล  วังโก้ แบ็คขวา พงศกร  ตาคำ  แบ็คซ้าย ณัฐกฤต  อินทร์เสา ผู้รักษาประตู ชานนท์  ธิลา

               
                เริ่มเกมเป็นเราที่พยายามบุกแต่กลับเป็น อุตรดิตถ์ที่ยิงประตูนำไปก่อนตั้งแต่ 9 นาทีแรก จากจังหวะที่ นานา  อซาโมอ่า ได้หลุดขึ้นไปยิงเป็นชานนท์ที่ล้มตัวรับ บอลกระฉอกออกมาเป็น โน ยอง ชอล จัดการซ้ำนิ่มๆเข้าประตูไป เป็นอุตรดิตถ์ ช็อคเจ้าบ้านขึ้นนำไปก่อน 0 – 1

               
                แต่เราก็ใช้เวลาไม่นานในการตามตีเสมอจากจังหวะที่ได้ฟรีคิกบอลเปิดไปโค้งเข้าหัว เอ็มมานูเอล วังโก้ โข่งจมตาข่ายเข้าไป ตีเสมอเป็น 1 – 1 และเขาน่าจะช่วยให้ทีมได้จุดโทษเมื่อโดนประตูที่ออกมาตัดบอลพลาดแล้ว เป็นวังโกที่ตามไปถึงบอล ก่อนจะโดนผู้รักษาประตูทีมเยือนตามมารวบจากด้านหลังแบบไม่โดนบอลเลย ซึ่งจังหวะนี้ผู้ตัดสินอยู่ใกล้ น่าจะเห็นได้แบบชัดเจนและแน่นอนมันเป็นจุดโทษแบบ 100% แต่เขาเลือกทำเฉย



                หลังได้ประตูเราทำเกมรุกกดดันได้มากทีเดียวแต่จุดที่เราทำไม่ได้เหมือนเก่านั่นคือแนวรุกที่พาบอลไปไม่ถึงเส้นหลังเลย โอกาสที่หักหรือครอสเข้ามาแทบไม่มี เราจึงทำได้แค่เพียงครอสบอลจากด้านข้างเข้ามาซึ่งแน่นอนมันป้องกันได้ง่ายกว่าการถึงเส้นหลังแล้วหักกลับเข้ามา

 
               แล้วฟ้าก็ผ่าที่แม่กวงอีกครั้ง เมื่อเราไม่สามารถจัดการกับลูกตั้งเตะได้ดีเท่าไหร่บอลคลุกคลิกสกัดไม่ขาดกันเองและเป็น อิโว่  ชูส์ ที่จัดการจิ้มบอลตุงตาขายท่ามกลางความตกตะลึกของกองเชียร์ที่ตกตะลึงเงียบกันไปพักใหญ่ๆ พาให้ทีมเยือนหนีไปอีกครั้งเป็น 1 – 2 และแน่นอนงานหนักอึ้งที่แม่กวง สเตเดี้ยม รอเจ้าบ้านอยู่

               
                ครึ่งหลังเราอยู่ไม่ได้แน่นอน จัดการส่งทั้ง สุวัฒน์  จันทร์บุญภา ลงมาเล่นแทน รณชัย  จินาเกตุ และแน่นอนอีกคนคือกองหน้าความหวังของทีมอย่าง จิมมี่  โซล่า  ที่ลงมาแทน ศิริศักดิ์  เย็นใจ ที่เงียบมากในเกมนี้ และเราน่าจะตามตีเสมอได้จาก อาเหม็ด แต่บอลเจ้ากรรมโดนเสาแบบน่าเสียดาย เรากดดันได้ดีและกดดันได้หนักหน่วงทีเดียว แต่จังหวะลูกตั้งเตะของทีมเยือนกลับสร้างปัญหาใหญ่ให้เราเมื่อ ซิลล่า  คาริม จัดการยิงแบบไม่ต้องจับแบบเต็มๆบอลพุ่งวาบตุงตาข่ายชนิดที่ ชานนท์แทบไม่ได้ขยับเลย ให้อุตรดิตถ์ เอฟซี ขยับหนีไปเป็น 3 – 1 ในนทีที่ 52

               
                 แต่ใช่ว่าเราจะยอมแพ้ง่ายๆ 4 นาทีต่อมาเราก็ตามตีตื้นขึ้นมาได้หนึ่งลูกจากจังหวะที่ จิมมี่  โซล่า ใช้ความแข็งแกร่งพาบอลไปจนถึงเส้นหลังก่อนตบเข้ากลางมาเป็น ชยพล  อุดรพันธ์ วิ่งเข้ามาแปบอลหนีมือผู้รักษาประตูเข้าไปแบบสวยงาม ไล่ตามมาเป็น 2 – 3 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องดีใจของแฟนบอลทั้งสนาม ปลุกบรรยากาศการเชียรให้คึกคักขึ้นมาอีกคำรบหนึ่ง


               หลังไล่ตีตื้นมาเราทำเกมรุกกดดันหนักขึ้นทั้งการทิ้งบอลไปให้ จิมมี่  โซล่า พาทัวว์และแน่นอนมันสร้างความอันตรายได้มากโขทีเดียว แต่บอลยาวมากไปทำให้อุตรดิตถ์สามารถดักจับได้ง่ายประกอบกับตัวต่างชาติของอุตรดิตถ์ ที่งัดสารพัดวิธีการในการยั่วอารมณ์ ถ่วงเวลาการเล่นของเราประมาณว่ากวนอารมณ์เราไว้ก่อนให้เสียสมาธิซึ่งได้ผลหลายๆลูกเราไปเล่นตามจังหวะของเขามากเกินไป จนกลายเป็นเสียเวลาในการบุกเช่นจังหวะได้ฟรีคิกที่ผลักกันไปมาจนเสียเวลาไปเกือบสองนาทีเดือดร้อนผู้รักษาประตู ชานนท์  ธิลา ที่ต้องวิ่งมาคอยเตือนเพื่อนให้เล่นในเกมตนเองอย่าเล่นตามเกมทีมเยือนจึงสามารถแยกออกมาได้


               กว่าที่ประตูตีเสมอจะมาก็ต้องรอถึงนาทีที่ 86 เมื่อรัชชานนท์  สีหวงศ์ ครอสบอลจากด้านขวา ด้วยเท้าซ้ายของเขา บอลย้อยข้ามหัวผู้รักษาประตูจะเข้าประตูอยู่แล้วเป็น จิมมี่  โซ่ล่า ที่เติมเข้าไปโขกฝังให้บอลเข้าประตูแบบร้อยเปอร์เซ็นต์ เป็นประตูตีเสมอ 3 – 3 ของเจ้าบ้าน เสียงโห่ร้องก้องแม่กวงอีกรั้งท่ามกลางความหวังที่จะได้ประตูพลิกกลับมานำอีกครั้งแต่ก็ไม่ทันจบเกมจึงเป็นดราม่าโกงความตามอีกครั้งเสมอกันไปที่สกอร์ 3 – 3 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม เจ้าบ้านราชันโคขาว อดขึ้นจ่าฝูงชั่วคราวแบบน่าเสียดาย เพราะพเยาออกไปคว่ำเชียงรายถึงถิ่น 1 – 0 ทำให้ต้องลุ้นให้ หนองบัวพิชญ แพ้ตากคาบ้านเราจึงจะสามารถยึดอันดับสองต่อไป


               เสียดายครับ ต้องบอกว่าเสียดาย โอกาสมาแล้ว เปิดกว่างอีกครั้งแต่เราทำไม่ได้ สองโอกาสที่หลุดลอยไปทั้งนัดเจอน่านและล่าสุด อุตรดิตถ์ 2 นัดเสียไป 4 แต้ม ได้มาแค่ 2 คะแนน และแน่นอนความกดดันจะถาโถมเข้ามาแน่นอน เพราะนัดต่อไปคือการไปเยือนแพร่ ที่แข็งแกร่งในบ้านเป็นอย่างมาก กลับจากแพร่แล้วถึงแม้นจะเฝ้าบ้านแต่ทีมที่มาเยือนคือ พะเยา เอฟซี คู่แข่งแย่งพื้นที่โดยตรง 2 นัดนี้คิดเป็นอื่นไม่ได้นอกจากต้องชนะให้ได้ทั้งสองนัด หากยังอยากไปต่อในรอบแชมเปี้ยนส์ลีก ถ้าเกิดเสมออาจลุ้นยาวๆได้แต่จะเป็นการลุ้นแบบยืมจมูกคนอื่นหายใจซึ่งไม่ใช่วิธีที่ดีแน่นอน


               ขอดี ณ.ตอนนี้ที่มองเห็นคือเรายังหายใจด้วยตนเอง เมื่อเราต้องเจอกับทีมที่ลุ้นแชมป์และลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ลีกด้วยกันเองทั้งพะเยา เอฟซี และ หนองบัว พิชญ ตามลำดับ แต่ก่อนจะถึงวันนั้นการเยือนแพร่คือนัดที่สำคัญที่สุดที่จะเป็นอื่นไม่ได้นอกจาก 3 คะแนน หรือถ้าเสมอเราต้องไปยืมจมูกกำแพงเพชร หายใจและยันเสมอให้ได้ จึงยังจะพอทำเนาได้ ถ้ามองจากตรงนี้กาศของเราอยู่ที่ 40% แม้นว่าเราจะมีเกมในบ้านก็ตาม แต่เมื่อถึงตอนนั้นงานหนักจะรอเราอยู่มากโขทีเดียว แทนที่จะเล่นแบบสบายๆเสมอก็ไม่เสียหาย เป็นที่เยือนสองทีมที่ต้องบุกใส่เรา กลายเป็นเราต้องเครียดกันเอง ซึ่งไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นเราจะกดดันขนาดไหน


               ที่เขียนไปข้อวิตกกังวลในหัวสมองผมอาจมากเกินไปก็เป็นได้ ถึงนาทีนี้ค่อยๆมองไปทีละนัดละกัน สมาธิอย่าหลุดไปมองนัดอื่นแล้วคิดว่านัดนี้ยังไงก็เอาอยู่ บทความนัดที่เอาชนะเลย ซิตี้ ในบ้านผมเขียนไปแล้วครั้งหนึ่งว่า เราควรเลือกแบบไหนระหว่างบุกยิงให้ขาด กดให้เขาฝ่อแล้วค่อยทยอยเปลี่ยนแบบนัดถล่มตาก เอฟซี 4 – 0 ในบ้าน หรือเก็บตัวเก่งไว้ แล้วค่อยส่งลงมายิงชนะในครึ่งหลังแบบเกมชนะ เลย ซิตี้ 2 – 0


               แล้วหวยก็มาออกแบบนัดที่แล้วที่พักตัวเก่งไว้ก่อน แล้วค่อยปล่อยมาทีหลัง แต่ข้อแตกต่างกันคือ เราโดนนำไปก่อน ซึ่งคนละสถานการณ์กับเลย ที่ครึ่งแรกเสมอ 0 – 0 พอครึ่งหลังโดนอีกลูกจึงมีงานหนักอึ้งรออยู่ เน้นย้ำอีกครั้งเล่นในบ้านบุกยิงนำก่อน กำลังใจมาเต็มที เขาขึ้นนำก่อนเขามั่นใจว่าทำได้ อุตรดิตถ์ทำให้เห็นแล้ว ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ เราจึงเล่นยาก บอลยาวมาเต็มๆ ฝากบอลกับโซล่าตลอด ตัวอื่นๆเลยเหมือนตัวประกอบไปเลย


               ที่น่าเป็นห่วงคือแนวรุกที่ขนาบข้างสองฝั่งทั้งว้ายและขวาไม่มีใครเลยที่พาบอลไปได้จนสุดเส้นแล้วคัทแบ็คเข้ามาถึงจุดนัดพบ ที่เห็นคือ จิมมี่  โซล่า คนเดียวที่ทำได้ ที่เหลือมักเสียบอลไปเสียอย่างนั้น ทำให้คิดถึงเจ้าหนุ่มเบอร์ 10 ธิราวุฒิ  ธิวโต ที่มีความเร็วไปกับบอลได้ดีและที่สำคัญคล่องใช้ได้ทีเดียว นี่คือจุดหนึ่งที่ต้องปรับกันยกใหญ่ เช่นเดียวกับสมดุลในแดนกลางและหลัง ที่เลกสองหลุดกันค่อนข้างบ่อยส่งผลต่อเกมรับที่เริ่มแสดงช่องออกมาให้เห็น จนกลายเป็นเลกสองยิงได้มากขึ้น แต่ก็เสียมากขึ้นเป็นเท่าตัวทีเดียว


               ถึงตอนนี้อาจต้องคิดกันใหม่ถึงรูปแบบการเล่น ระบบการเล่นที่จะยืดหยุ่นใช้ในแต่ละเกม เราจำเป็นไหมที่ต้องยืนพื้นที่ระบบนิยม 4-3-3 หรือจะยืดเป็น 4-2-3-1 ที่ให้ประภาษ ปักหลักแดนกลางกับ ชยพล ไปเลย แล้วจัดโซล่า ตัวจริง ค้ำหน้าเป้าไปเลยผมว่าน่าสนใจมาก อันนี้หน้าที่ทีมวานที่ต้องไปคิดต่อว่าจะทำยังไง ปรับยังไงให้เหมาะสมกับสภาพทีมในแต่ละนัดแต่ละเกม ซึ่งถ้าเราไม่ปรับ แบบเดิมๆทีมที่มาเยือนศึกษาเกมเรามาแล้ว พอจะรู้ทางก็สามารถรับมือได้ง่ายคืนส่งผลถึงเราที่เล่นยากขึ้นมากอีกเท่าตัว


               ที่สำคัญอยากเตือนคือสมาธิที่ควรเพ่งไปที่นัดต่อนัด อย่าใจลอยไปถึงนัดอื่น โอเคว่ามันคือการแข่งขันระยะยาวแต่ถ้าชนะไว้ก่อนได้  3 แต้มไว้ก่อนย่อมดีกว่าแน่นอน ถ้ามัวแต่คิดถึงนัดหน้าพักตัวไว้จะด้วยปัญหาอะไรก็ตามแล้วได้แค่แต้มเดียว นัดหน้าไปเยือนไม่ชนะอีกคราวนี้เสียหายเลย แทนที่จะมี 3 แต้ม กลับเหลือแค่สองแต้ม  ยังดีที่ไล่ตีเสมอได้ไม่งั้นงานกร่อยแน่นอน จัดเต็มไปเลยครับ อย่าลังเล ได้ 3 แต้มนัดนี้แล้วเมื่อมีปัญหาตามมาค่อยแก้ไขอีกที อย่าลังเล ยิ่งเล่นในบ้านด้วยแล้ว ต้องทำให้ได้ อย่าเหม่อลอยไปถึงนัดอื่น จัดการตรงหน้าให้ดีที่สุด


               ครับเส้นทางยังเหลืออีกลายนัด เรายังไม่หลุดจากวงโคจร เรายังอยู่นเส้นทาง เรายังยืนด้วยตนเอง และกายใจได้ด้วยตนเองอยู่ไม่ต้องพึ่งเครื่องช่วยหายใจและไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ งานยากขึ้นแน่นอนปัญหาเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่ปัญหาก็แก้ได้แน่นอนด้วยการร่วมแรงร่วมใจ เมื่อวานเป็นอีกนัดที่เสียงเชียร์กระหึ่มมาก รวมใจอีกสักครั้ง เสียงดังอีกสักหน เสาร์หน้าบุกเยือนแพร่ ไปกันเยอะๆทีมต้องการกำลังใจ จำภาพนัดแรกที่เราไปเยือนแพร่ได้ไหมครับ ไปรำลึกกันอีกสักครั้งที่เมืองแพร่นะครับ แล้วเราจะร่วมกับนักเตะแผ้วถางทางสู่แชมเปี้ยนลีกส์ด้วยกัน เรียนเชิญทุกท่านด้วยใจถึงใจอีกสักนัดครับ...สวัสดี



อักษราพัฒน์ 24 / 7 / 59
You"ll never walk alon คุณไม่มีวันเดินเดียวดาย
http://facebook.com/amnart.ts
http://twitter.com/#!/amnart8