ผู้เขียน หัวข้อ: เมื่อโคขาวกลับมาสวมบทราชัน  (อ่าน 1252 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

อักษราพัฒน์

  • โคขาว
  • ****
  • เพศ: ชาย
  • You"ll never walk alon
    • ดูรายละเอียด
เมื่อโคขาวกลับมาสวมบทราชัน
« เมื่อ: มิถุนายน 12, 2016, 09:13:12 PM »

               ครึ่งฤดูกาลแรกของฟุตบอล เอไอเอสลีก ภูมิภาคโซนภาคเหนือเคลื่อนผ่านไป ลำพูน วอริเออร์ กลับมาอยู่ในเส้นทางที่ควรจะอยู่และควรจะเป็นอีกครั้ง นั่นคือหัวตารางแม้นจะไม่ได้แชมป์ในครึ่งฤดูกาลแรก แต่การยืนแป้นที่สองแบบเดี่ยวๆแน่นอนแล้วก็ถือเป็นนิมิตรหมายอันดีให้แฟนๆได้ชุ่มชื่นหัวใจกันไปไม่มากก็น้อย

               เกมสุดท้ายในบ้านถึงแม้นจะเปิดบ้านเฉือนเพชรบูรณ์ในบ้านไปด้วยสกอร์ที่หวิวๆเพียง 1 – 0 แต่มันก็คือสามแต้มที่ได้มาเติมเต็มให้รองแชมป์ครึ่งซีซั่นแรกเป็นของเราแน่นอนแล้วโดยไม่ต้องรอลุ้นผลคู่อื่น

               มองเรื่องเกมกับเพชรบูรณ์ได้สองแง่มุม มองในแง่ดีเราควรพอใจกับสามแต้มเพราะโดยสภาพที่ไม่สมบูรณ์ของทีมที่ไปเยือนมาติดกันสองนัดและนัดที่ไปเยือนทีมที่เล่นด้วยคือของแข็งทีมหัวตารางทั้งหมด ทั้งกำแพงเพชรและหนองบัว พิชญเอฟซี ยิ่งกลางสัปดาห์ยังกลับมาเฝ้าบ้านเล่น 120 นาทีกับทีมระดับไทยลีกอย่างศรีษะเกษ เอฟซี ซึ่งแน่นอนเราใช้แรงกัดฟันวิ่งจนหมดแล้ว

               11 ตัวจริงในเกมกับเพชรบูรณ์จึงออกมาสภาพตามที่เห็น เอ็มมานูเอล  วังโก๊ะ ไม่พร้อมเล่น จึงเป็น ซัน  ศิโรม กาศศรีนุช ทำหน้าที่กับ สุวัฒน์  จันทร์บุญภา  แบ็คขวาก็เปลี่ยนจาก ณัฐกฤต  อินเสาร์ เป็น คมสันต์  ทานา  แดนกลางเข็น ประภาส  รัตนดี  ลงจับคู่กับ  เรอิ  อิชิกาว่า  พัก แอ้ม ชยพล  อุดรพันธ์ ที่วิ่งมาเต็มๆ 120 นาที สภาพจึงไม่พร้อมสักเท่าไหร่ ส่วนแนวรุกสลับมาใช้ ดนัย  เชื้อวงค์ ยืนค้ำแทน โมฮัมเหม็ด  โฟฟาน่า ที่พึ่งหายจากอาการกล้ามเนื้อฉีกมาหมาดๆ ขนาบข้างด้วย ธิราวุฒิ  ธิวะโต กับ อภิชัย  กูออ  วางเบอร์31 อรรถพล  คำมะยอมเป็นตัวทำเกมรุก

               ที่บรรยายมาเพราะต้องการให้เห็นภาพว่าสภาพนักเตะ ณ.วันเสาร์ เราไม่พร้อมจริงๆ จึงต้องสลับสำรองลงเยอะผสมกับคนที่พร้อมลงเล่น และแน่นอนเน้น 3 คะแนนไว้ก่อน มากกว่าที่จะถล่มให้ขาดกระจายตามความคาดหมายของแฟนบอลบางส่วน จะว่าไปฝ่ายจัดน่าจะเห็นใจทีมที่เข้ารอบบอลถ้วยบ้าง ลงเตะวันพุธไปแล้ว น่าจะสลับโปรแกรมให้เตะวันอาทิตย์ เพราะอย่างน้อยก็สร้างผลงานให้วงการฟุตบอล ดิวิชั่น 2

                คิดอีกแง่หนึ่ง ยิงมาก ยิงน้อยก็สามแต้มเช่นกัน เลสเตอร์เป็นแชมป์เพราะยิงลูกเดียว ชนะ 1-0 รวมทั้งหมด 12 นัด จนประสบความสำเร็จได้ ดูไปพลางปลอบใจตนเองไปว่า เอาหวะสามแต้มดีกว่าแต้มเดียวหรือบุกมากโดนสวน จาก 3 อาจเหลือ 1 แต้ม หรือไม่ได้สักแต้มก็เป็นได้....เพียงแต่ว่า ยิงน้อยอาจไม่ถูจริตกับแฟนบอลลำพูน ที่ต้องเล่นมัน ยิงประตูไว้ก่อนเท่านั้น

               ทีนี้ผมขอมองในแง่ร้ายบ้างว่า...นักเตะเรามีเยอะเกือบเต็ม 40 คน แต่พร้อมที่จะใช้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพมีอยู่ประมาณ 16-18 คน ที่ผลัดกันลง สลับกับเจ็บบ้าง แสดงถึงขุมกำลังแนวลึกของเราที่ยังไม่แข็งแกร่งพอ ถ้ามีตัวหลักเจ็บหรือติดโทษแบนไปการทดแทนยังไม่สมบูรณ์แบบ เรายังขาดนักเตะที่สามารถลงไปเป็นตัวสำรองแล้วพลิกเกมให้เราได้เปรียบ ซึ่งทีมระดับหัวตารางที่หมายหมั่นปั้นมือจะไปรอบแชมป์เปี้ยนส์ลีกต้องมี

                นัดเฉือนชนะเพชรบูรณ์ 1 – 0  สะท้อนภาพที่ชัดเจนว่าเราอาจต้องมีการขยับเสริมทัพอีกครั้ง ถ้าหวังจะไปเล่นในรอบแชมเปี้ยนลีก และหวังจะเข้ารอบลึกๆ เพราะปีนี้กฎใหม่ที่กำหนดคือจับฉลากเตะแบบเหย้า-เยือน ประสิทธิภาพในแนวรุกต้องมี ใช้โอกาสที่มีให้คุ้มค่ามากที่สุด และนั่นคือจุดบอดของทีมเรา

               ทีมเราเล่น 11 นัด ยิงไปแบบจุ๋มจิ๋มแค่ 14 ประตู เฉลี่ยแค่นัดละ  1.27 ประตูเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากถ้าเทียบกับทีมอื่นๆ เฉพาะหนองบัว พิชญ ก็ซัดไปละ 32 ลูกแล้ว ทีมอันดับ 3 อย่างพะเยาก็ยิงไป 17 ลูก (ก่อนเกมวันอาทิตย์) ถ้าไปเทียบกับทีมหัวตารางโซนอื่นๆที่คั่วพื้นที่แชมป์เปี้ยนลีก เรายิงน้อยกว่าเขามากที่สุด ดาวซัลโว สูงสุดของเราคือ โมฮัมเหม็ด  โฟฟาน่า ที่ยิงไปจุ๋มจิ๋ม 4 ประตู ที่แหลือ คนละ 2 ประตู คือ วังโก้  ,  อภิชัย  ธิราวุฒิ  ,  อรรถพล  ,  1 ประตูได้แก่  ชยพล  ,  สุวัฒน์ 

               แยกให้ชัดคือได้ประตูจากกองหน้าอาชีพคือ โฟฟาน่า 4 ประตู กองหน้ากึ่งปีก 4 ประตู จากสองคนคือ อภิชัย กับ ธิราวุฒิ  ได้ประตูจากกองกลาง 3 ประตู จากอรรถพล 2 ชยพล 1 และแนวรับ 3 ประตูคือ วังโก้ 2  สุวัฒน์ 1 นี่คือเหตุผลที่ผมตั้งคำถามว่าเราจะไปแชมป์เปี้ยนส์ลีกได้จริงหรือ แล้วเราจะไปทำอะไร เราจะเอาแค่ไปโดยไม่หวังไปเล่นดิวิชั่น 1  หรือ

               ยอมรับจุดเด่นของทีมชุดนี้คือแนวรับที่เสียไปแค่ 6 ประตูเท่านั้น ซึ่งนับว่าน้อยมากเฉลี่ยแค่นัดละ 0.54 ซึ่งแข็งแกร่งมาก เครดิตให้แนวรับและกองกลางที่ทำหน้าที่ได้ดีมากๆ นี่คือจุดดี แต่ถ้าเราจะไปแชมป์เปี้ยนส์ลีกแบบมีหวัง เราต้องแก้ปัญหาแนวรุกให้ดีขึ้นการเซตเกมรุกให้เฉียบคมเป็นเรื่องของสต๊าฟโค้ช แต่ทรัพยากรในมือก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ
   
               ทีมต่างๆเริ่มเห็นทางเราบ้างแล้ว งานในเลก2 จะยิ่งยากขึ้นมาอีกเท่าตัว ความกดดันจะเพิ่มขึ้น การเสริมทีมด้วยนักเตะที่ศักยภาพพร้อมที่จะลุยไปกับเราเป็นเรื่องจำเป็น สำหรบผม กองหน้าตัวเป้าที่พร้อมลงมาโป้งเปลี่ยนเกมเราจำเป็นต้องเติมมาอีก 1 คน เช่นเดียวกับตัวทำเกมที่อาจนำเข้าเพื่อสร้างความแตกต่างในทีม 1 คน ตัวรับที่พร้อมทำงานเมื่อประภาส หรือ ชยพลไม่พร้อมอีก 1 คน และ นี่คือสามตำแหน่งเน้นๆที่เราควรหามาเติม หรืออาจจะเพิ่มเซ็นเตอร์ฮาฟอีกคนก็เป็นได้

               ถึงตอนนี้ผมคิดว่าเราพร้อม นักเตะมีความกระหายพร้อมพิสูจน์พลงาน แฟนบอลพร้อมหนุนหลังทีมอยู่แล้ว สถานการณ์ทีมตอนนี้อยู่อันดับสอง ไม่มีบอลถ้วยมาคั่น พร้อมใส่เต็มๆในเลกสองผมเชื่อว่าเรามีโอกาสที่ดีในปีนี้ที่จะก้าวไปสู่รอบแชมเปี้ยนส์ลีก อยู่ที่เราจะไปไหม ไปแล้วจะไปทำอะไร ไปเล่นเพราะได้ไปหรือจะไปเล่นเพราะหวังจะไป D1 ถ้าหวังจะไป D1 เราต้องเสริม เราต้องกล้าทุ่ม หากไม่แล้วผมเชื่อว่าเลกสองเราจะอยู่หัวตารางอยู่แต่ แชมเปี้ยส์ลีกนั้นไม่แน่...ได้แต่ลุ้น ลุ้น และก็ลุ้น ว่ากล้าๆหน่อยครับเจ้านาย ปีที่ 6 ละนะ 5 ปีที่ไม่ได้สัมผัสบรรยากาศข้างบน ขึ้นแล้วอย่ายอมลงง่ายๆ ท่องไว้  ชปล...ชปล....สวัสดีครับ


อักษราพัฒน์ 12/ุ6/59
   

You"ll never walk alon คุณไม่มีวันเดินเดียวดาย
http://facebook.com/amnart.ts
http://twitter.com/#!/amnart8